วิธีใช้ Portal และวางเครือข่ายเดินทางระหว่างฐานใน Valheim

Browse By

วิธีใช้ Portal และวางเครือข่ายเดินทางระหว่างฐานใน Valheim Portal เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดใน Valheim เพราะช่วยให้ผู้เล่นเดินทางข้ามระยะทางไกลได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ไม่ว่าจะเป็นการกลับฐานเพื่อซ่อมอุปกรณ์ นำอาหารมาเพิ่ม หรือเดินทางไปยังฟาร์มและพื้นที่สำรวจ หากวางเครือข่าย Portal อย่างเป็นระบบ ผู้เล่นจะลดเวลาเดินทางและลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตระหว่างทางได้มาก

อย่างไรก็ตาม Portal มีเงื่อนไขที่ควรรู้ เช่น Portal สองฝั่งต้องใช้ชื่อเชื่อมต่อเดียวกัน วัตถุดิบบางชนิดไม่สามารถนำผ่านได้ และ Portal อาจถูกศัตรูทำลายหากวางไว้โดยไม่มีแนวป้องกัน ผู้เล่นจึงควรวางแผนตั้งชื่อ สร้าง Portal สำรอง และเลือกตำแหน่งอย่างรอบคอบ

บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่วิธีสร้างและเชื่อม Portal ไปจนถึงการออกแบบห้องศูนย์กลางสำหรับเดินทางระหว่างฐาน หากต้องการติดตามบทความและกิจกรรมออนไลน์เพิ่มเติม สามารถดูได้ที่เข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มออกแบบเครือข่ายเดินทางภายในโลกของคุณ

วิธีใช้ Portal และวางเครือข่ายเดินทางระหว่างฐานใน Valheim

Portal คืออะไรใน Valheim

Portal คือสิ่งก่อสร้างที่เชื่อมต่อพื้นที่สองแห่งเข้าด้วยกัน ผู้เล่นสามารถเดินผ่าน Portal ฝั่งหนึ่งและไปปรากฏตัวที่อีกฝั่งได้ทันที โดยไม่ต้องเดินเท้าหรือล่องเรือกลับไปตามเส้นทางเดิม

ประโยชน์หลักของ Portal ได้แก่

  • เดินทางระหว่างฐานได้รวดเร็ว
  • กลับฐานเพื่อซ่อมอาวุธและชุดเกราะ
  • ขนอาหาร ไม้ และทรัพยากรทั่วไป
  • เชื่อมฟาร์มใน Biome ต่างๆ
  • สร้างจุดพักระหว่างการสำรวจ
  • ลดความเสี่ยงเมื่อต้องกลับไปเก็บศพ
  • เชื่อมท่าเรือกับฐานหลัก
  • เดินทางไปยังแท่นอัญเชิญบอส
  • สนับสนุนการเล่นร่วมกับเพื่อน
  • ลดเวลาเดินทางในโลกขนาดใหญ่

Portal ไม่ได้ทำให้เรือหมดความสำคัญ เพราะแร่และโลหะจำนวนมากยังมีข้อจำกัดในการขนผ่าน Portal ปกติ ผู้เล่นจึงควรใช้งาน Portal ควบคู่กับเส้นทางเดินเรือ

วัตถุดิบสำหรับสร้าง Portal

Portal ปกติใช้วัตถุดิบดังนี้

  • Fine Wood 20 ชิ้น
  • Greydwarf Eye 10 ชิ้น
  • Surtling Core 2 ชิ้น

นอกจากนี้ ผู้เล่นต้องมี Workbench ครอบคลุมบริเวณที่ต้องการสร้าง Portal ด้วย

วิธีหา Fine Wood

Fine Wood หาได้จากต้น Birch และ Oak ใน Meadows รวมถึงพื้นที่อื่นที่มีต้นไม้ประเภทนี้ ช่วงต้นเกมผู้เล่นต้องใช้ Bronze Axe หรือขวานระดับสูงกว่าเพื่อตัดต้นไม้โดยตรง

หากยังไม่มี Bronze Axe อาจใช้วิธีทำให้ต้นไม้อื่นล้มทับ Birch แต่เป็นวิธีที่ควบคุมยากและอาจทำให้ตัวละครได้รับความเสียหาย

วิธีหา Greydwarf Eye

Greydwarf Eye ได้จากศัตรูตระกูล Greydwarf ใน Black Forest เช่น

  • Greydwarf
  • Greydwarf Brute
  • Greydwarf Shaman

วัตถุดิบชนิดนี้หาได้ค่อนข้างง่ายหลังจากสำรวจ Black Forest เป็นประจำ ควรเก็บไว้เพราะนอกจากใช้สร้าง Portal แล้ว ยังใช้กับสูตรคราฟต์อื่นด้วย

วิธีหา Surtling Core

Surtling Core หาได้จาก Burial Chambers ใน Black Forest ภายในดันเจียนจะมีห้องที่วางแกนสีแดงเรืองแสงอยู่บนแท่น นอกจากนี้ยังหาได้จาก Surtling ใน Swamp และพื้นที่ระดับสูงบางแห่ง

ช่วงแรกควรแบ่ง Surtling Core ระหว่างการสร้าง

  • Charcoal Kiln
  • Smelter
  • Portal
  • สิ่งก่อสร้างหรืออุปกรณ์อื่นที่ต้องใช้แกน

ไม่ควรใช้ Surtling Core ทั้งหมดไปกับ Portal จนไม่มีเหลือสร้าง Smelter เพราะจะทำให้การเข้าสู่ Bronze Age ล่าช้า

วิธีสร้าง Portal ทีละขั้นตอน

การสร้าง Portal ต้องมี Portal อย่างน้อยสองแห่งเพื่อให้เดินทางเชื่อมถึงกัน

ขั้นตอนสร้าง Portal ฝั่งฐานหลัก

  1. สร้าง Workbench ในพื้นที่ที่ต้องการ
  2. ถือ Hammer และเปิดเมนูก่อสร้าง
  3. เลือก Portal จากหมวดที่เกี่ยวข้อง
  4. วาง Portal ในตำแหน่งที่มีพื้นที่ด้านหน้าเพียงพอ
  5. กดใช้งาน Portal
  6. ตั้งชื่อหรือ Tag สำหรับการเชื่อมต่อ
  7. จดชื่อให้ถูกต้องทุกตัวอักษร

ขั้นตอนสร้าง Portal ฝั่งปลายทาง

  1. พก Fine Wood, Greydwarf Eye และ Surtling Core ไปด้วย
  2. สร้าง Workbench ที่ปลายทาง
  3. สร้าง Portal แห่งที่สอง
  4. ตั้งชื่อให้เหมือน Portal ที่ฐาน
  5. รอให้ Portal เชื่อมต่อ
  6. เดินผ่านเพื่อทดสอบ

เมื่อ Portal เชื่อมสำเร็จจะเกิดแสงและเอฟเฟกต์ภายในกรอบ Portal หากไม่มีเอฟเฟกต์ ควรตรวจสอบชื่อทั้งสองฝั่งว่าตรงกันหรือไม่

การตั้งชื่อ Portal สำคัญอย่างไร

Portal เชื่อมต่อกันด้วย Tag หรือชื่อที่ผู้เล่นกำหนด Portal ทั้งสองฝั่งต้องใช้ชื่อเดียวกันจึงจะเชื่อมถึงกันได้

ระบบตั้งชื่อควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • สั้นและพิมพ์ง่าย
  • ไม่ใช้ตัวอักษรที่สับสน
  • ระบุตำแหน่งได้ชัดเจน
  • ไม่ซ้ำกับ Portal อื่น
  • สมาชิกทุกคนในเซิร์ฟเวอร์เข้าใจตรงกัน
  • มีรูปแบบเดียวกันทั้งเครือข่าย

ตัวอย่างชื่อ Portal ที่ใช้งานง่าย ได้แก่

ชื่อ Portalจุดหมาย
HOMEฐานหลัก
FARMฐานเกษตร
SWAMP1Swamp แห่งแรก
IRON1เหมือง Iron
MOUNT1ฐาน Mountains
PLAINS1ฟาร์ม Plains
MIST1ฐาน Mistlands
BOSS3จุดต่อสู้บอสลำดับที่สาม
PORT1ท่าเรือแห่งแรก
EMERGENCYPortal สำรองสำหรับสำรวจ

ไม่ควรใช้ชื่อยาวเกินไป เพราะอาจพิมพ์ผิดได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อกำลังถูกศัตรูไล่ตามหรือรีบสร้าง Portal ฉุกเฉิน

Portal เชื่อมพร้อมกันได้กี่แห่ง

Portal ปกติทำงานเป็นคู่ กล่าวคือ Portal ที่ใช้ชื่อเดียวกันสองแห่งจะเชื่อมเข้าหากัน หากสร้าง Portal ชื่อเดียวกันหลายแห่ง ระบบอาจไม่เชื่อมตามเส้นทางที่ผู้เล่นต้องการ

ทางที่ปลอดภัยคือใช้หนึ่งชื่อสำหรับ Portal หนึ่งคู่ เช่น

  • HOME ↔ HOME
  • FARM ↔ FARM
  • IRON1 ↔ IRON1
  • MIST1 ↔ MIST1

หากต้องการเชื่อมสถานที่จำนวนมาก ควรสร้างห้อง Portal ที่ฐานหลักและกำหนดชื่อเฉพาะให้แต่ละปลายทาง

Portal ที่ไม่ได้ตั้งชื่อใช้งานได้หรือไม่

Portal ที่ไม่มี Tag สามารถเชื่อมกับ Portal ที่ไม่มี Tag อีกแห่งได้ วิธีนี้เหมาะสำหรับ Portal ฉุกเฉิน เพราะผู้เล่นไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ชื่อที่ปลายทาง

อย่างไรก็ตาม ควรมี Portal ไม่มีชื่อรออยู่ที่ฐานเพียงแห่งเดียว หากมี Portal ว่างหลายแห่ง ระบบอาจทำให้การจัดการสับสนได้

แนวทางที่แนะนำคือ

  1. สร้าง Portal ไม่มีชื่อที่ฐานหลัก
  2. เตรียมวัตถุดิบ Portal ไว้ในกระเป๋า
  3. เมื่อถึงพื้นที่ใหม่ ให้สร้าง Portal โดยไม่ตั้งชื่อ
  4. เดินทางกลับฐาน
  5. สร้าง Portal คู่ถาวรพร้อมชื่อใหม่
  6. กลับไปเปลี่ยนชื่อ Portal ปลายทาง
  7. ปล่อย Portal ไม่มีชื่อให้ว่างสำหรับภารกิจครั้งต่อไป

วิธีนี้ช่วยให้ผู้เล่นมีเส้นทางกลับบ้านทันทีโดยไม่ต้องจดจำ Tag ระหว่างการสำรวจ

สิ่งของใดไม่สามารถนำผ่าน Portal ปกติได้

ภายใต้การตั้งค่าโลกแบบปกติ แร่ โลหะ และวัตถุดิบสำคัญบางชนิดไม่สามารถนำผ่าน Portal ธรรมดาได้ หากตัวละครถือสิ่งของต้องห้าม จะปรากฏข้อความว่าไม่สามารถ Teleport ได้

สิ่งของที่มักมีข้อจำกัด ได้แก่

  • Copper Ore
  • Tin Ore
  • Bronze
  • Iron Scrap และ Iron
  • Silver Ore และ Silver
  • Black Metal Scrap และ Black Metal
  • Flametal และวัตถุดิบโลหะระดับสูง
  • Dragon Egg
  • วัตถุดิบบางชนิดที่มีสัญลักษณ์ห้ามผ่าน Portal

ผู้เล่นสามารถตรวจสอบไอคอนบนคำอธิบายสิ่งของ หากมีสัญลักษณ์ Portal ถูกขีดทับ หมายความว่าสิ่งนั้นไม่สามารถนำผ่าน Portal ปกติได้

อาวุธ ชุดเกราะ และเครื่องมือที่ผลิตจากโลหะแล้วโดยทั่วไปสามารถนำผ่าน Portal ได้ ข้อจำกัดมักอยู่ที่แร่ แท่งโลหะ และวัตถุดิบเฉพาะ ไม่ได้ห้ามอุปกรณ์ทุกชิ้นที่มีส่วนประกอบเป็นโลหะ

วิธีขนแร่เมื่อใช้ Portal ไม่ได้

แม้ Portal จะขนแร่ไม่ได้ แต่ยังช่วยสนับสนุนการทำเหมืองได้อย่างมาก ผู้เล่นสามารถวาง Portal ที่ฐานทำเหมืองเพื่อเดินทางกลับไปซ่อม Pickaxe นำอาหารมาเพิ่ม และพักผ่อน จากนั้นจึงเก็บแร่ไว้ในหีบรอการขนส่ง

ระบบขนแร่ที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วย

  1. สร้างฐานย่อยใกล้แหล่งแร่
  2. วาง Portal เชื่อมกับฐานหลัก
  3. สร้างหีบเก็บแร่ใกล้ท่าเรือ
  4. ใช้ Portal ขนอาหารและอุปกรณ์ทั่วไป
  5. เก็บแร่ให้ได้จำนวนมาก
  6. นำ Longship มาขนแร่กลับฐานในเที่ยวเดียว
  7. ใช้ Moder Power ช่วยเดินเรือหากลมไม่เหมาะสม
  8. ขนแร่จากท่าเรือเข้าสู่เตาหลอมที่ฐาน

วิธีนี้ลดจำนวนเที่ยวเรือและช่วยให้การทำเหมืองดำเนินต่อเนื่องโดยไม่ต้องสร้างโรงหลอมทุกแห่ง

World Modifier มีผลต่อ Portal อย่างไร

เจ้าของโลกหรือเซิร์ฟเวอร์สามารถปรับกฎ Portal ผ่าน World Modifier ได้ ทำให้ข้อจำกัดแตกต่างจากการเล่นแบบปกติ เช่น ตั้งค่าให้ Portal สะดวกขึ้นหรือเข้มงวดกว่าเดิม รายการคำสั่งเซิร์ฟเวอร์อย่างเป็นทางการของ Valheim ระบุว่ามีตัวปรับแต่ง Portal หลายระดับ ดังนั้นควรตรวจสอบการตั้งค่าโลกก่อนวางระบบขนส่งทั้งหมด คู่มือเซิร์ฟเวอร์ของ Valheim

หากตั้งค่า Portal แบบผ่อนปรน ผู้เล่นอาจนำโลหะผ่านได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องสร้างเส้นทางเรือขนแร่ขนาดใหญ่ แต่ถ้าใช้กฎปกติหรือกฎที่ยากขึ้น ควรวางท่าเรือ คลังแร่ และเส้นทางเดินเรือไว้ตั้งแต่แรก

Stone Portal แตกต่างจาก Portal ปกติอย่างไร

Stone Portal เป็น Portal ช่วงท้ายเกมที่ปลดล็อกจากความก้าวหน้าใน Ashlands จุดเด่นสำคัญคือสามารถรองรับการขนส่งสิ่งของที่ Portal แบบเดิมจำกัด รวมถึงแร่และโลหะ ทำให้การขนทรัพยากรช่วงท้ายเกมสะดวกขึ้นอย่างมาก

การสร้าง Stone Portal ต้องใช้วัตถุดิบจาก Ashlands และความก้าวหน้าระดับสูง จึงไม่สามารถนำมาใช้แทน Portal ปกติในช่วงต้นเกมได้

ประโยชน์ของ Stone Portal ได้แก่

  • ขนแร่และโลหะระหว่างฐานได้
  • ลดจำนวนเที่ยวเรือช่วงท้ายเกม
  • เชื่อมเหมืองกับโรงหลอมโดยตรง
  • สนับสนุนการสร้างฐานใน Ashlands
  • ช่วยย้ายวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก
  • ใช้เป็นโครงข่ายหลักของโลกช่วงท้ายเกม

แม้จะปลดล็อก Stone Portal แล้ว Portal ปกติก็ยังมีประโยชน์ เพราะใช้วัตถุดิบราคาถูกกว่าและเพียงพอสำหรับฟาร์ม จุดพัก และพื้นที่ที่ไม่ต้องขนโลหะ

วิธีสร้าง Portal Hub

Portal Hub คือห้องหรืออาคารศูนย์กลางที่รวม Portal หลายแห่งไว้ในจุดเดียว ผู้เล่นสามารถกลับฐานหลักแล้วเลือกเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้สะดวก

ทำเลที่เหมาะกับ Portal Hub

Portal Hub ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไปนี้

  • ใกล้ฐานหลัก
  • อยู่ภายในกำแพง
  • ห่างจากแนวโจมตีของศัตรู
  • มีพื้นที่ขยายอาคาร
  • อยู่ใกล้คลังอาหารและอุปกรณ์
  • เดินทางจากท่าเรือได้สะดวก
  • ไม่อยู่ติดกองไฟหรือพื้นที่ทำงานที่แออัด
  • มีทางออกฉุกเฉินมากกว่าหนึ่งทาง

ไม่ควรวาง Portal Hub ชิดกำแพงด้านนอก เพราะเหตุการณ์ Raid อาจทำให้ศัตรูโจมตี Portal ผ่านกำแพงหรือทำลายโครงสร้างรอบๆ ได้

รูปแบบ Portal Hub ที่ใช้งานง่าย

ผู้เล่นสามารถวาง Portal เป็นแถวหรือเป็นวงกลมได้

แบบทางเดินสองฝั่ง

วาง Portal ตามผนังซ้ายและขวา เหมาะกับฐานที่มีพื้นที่ยาว จุดเด่นคืออ่านป้ายง่ายและขยายต่อได้สะดวก

แบบห้องวงกลม

วาง Portal รอบผนังและมีพื้นที่ยืนตรงกลาง เหมาะกับฐานสวยงามและช่วยให้มองเห็น Portal หลายแห่งพร้อมกัน

แบบแบ่งตาม Biome

แยกห้องหรือชั้นตามพื้นที่ เช่น

  • ชั้นหนึ่งสำหรับ Meadows และ Black Forest
  • ชั้นสองสำหรับ Swamp และ Mountains
  • ชั้นสามสำหรับ Plains และ Mistlands
  • ห้องพิเศษสำหรับบอสและพื้นที่ช่วงท้ายเกม

แบบ Portal เดียวเปลี่ยนชื่อ

สร้าง Portal หลักหนึ่งแห่งแล้วเปลี่ยน Tag ตามจุดหมายที่ต้องการ วิธีนี้ประหยัดพื้นที่และวัตถุดิบ แต่ต้องเก็บรายชื่อ Portal ปลายทางให้ครบ หากพิมพ์ผิดหรือจำชื่อไม่ได้จะเดินทางไม่ได้

แบบ Portal Hub ไหนเหมาะกับผู้เล่นแต่ละแบบ

รูปแบบข้อดีข้อจำกัดเหมาะกับ
Portal แยกทุกจุดใช้งานเร็วและไม่ต้องเปลี่ยนชื่อใช้พื้นที่และวัตถุดิบมากเซิร์ฟเวอร์หลายคน
Portal เดียวเปลี่ยนชื่อประหยัดพื้นที่ต้องจำ Tag และรอเชื่อมต่อผู้เล่นคนเดียว
แบบผสมสมดุลและมี Portal ฉุกเฉินต้องวางระบบชื่อให้ดีผู้เล่นส่วนใหญ่
แบ่งตาม Biomeค้นหาจุดหมายง่ายอาคารมีขนาดใหญ่โลกที่เล่นระยะยาว

วิธีที่ใช้งานสะดวกที่สุดสำหรับผู้เล่นทั่วไปคือแบบผสม โดยมี Portal ถาวรสำหรับจุดที่เดินทางบ่อยและ Portal กลางสำหรับเปลี่ยนชื่อไปยังจุดที่ใช้งานไม่บ่อย

วิธีตั้งระบบชื่อ Portal ให้ไม่สับสน

เมื่อมี Portal จำนวนมาก การตั้งชื่อโดยไม่มีระบบจะทำให้จำยาก ควรใช้รูปแบบเดียวกันทั้งโลก

ตัวอย่างระบบชื่อแบบ Biome และหมายเลข ได้แก่

  • MEAD-01
  • BF-01
  • SWAMP-01
  • MOUNT-01
  • PLAINS-01
  • MIST-01
  • ASH-01

ตัวอย่างระบบชื่อตามวัตถุประสงค์ ได้แก่

  • FARM-CARROT
  • FARM-BARLEY
  • MINE-IRON
  • MINE-SILVER
  • BOSS-BONEMASS
  • BOSS-MODER
  • PORT-EAST
  • PORT-WEST

หากเล่นหลายคนควรสร้างป้ายแสดงกฎการตั้งชื่อไว้ใน Portal Hub และแจ้งสมาชิกไม่ให้เปลี่ยน Tag ของ Portal ส่วนกลางโดยไม่บอกคนอื่น

Portal สำรองมีความสำคัญอย่างไร

Portal สำรองช่วยแก้ปัญหาเมื่อ Portal หลักถูกทำลาย ตั้งชื่อผิด หรือเชื่อมกับจุดอื่นอยู่ ผู้เล่นควรมี Portal ฉุกเฉินอย่างน้อยหนึ่งแห่งที่ฐานหลัก

ระบบสำรองที่แนะนำประกอบด้วย

  • Portal ไม่มี Tag หนึ่งแห่ง
  • Portal ชื่อ EMERGENCY หนึ่งคู่
  • กล่องเก็บวัตถุดิบสร้าง Portal
  • รายชื่อ Tag ทั้งหมด
  • Portal สำรองที่ฐานรอง
  • เรือสำรองสำหรับภารกิจกู้ศพ
  • วัตถุดิบสร้าง Workbench

หาก Portal ปลายทางถูกทำลาย ผู้เล่นจะไม่สามารถเดินทางไปซ่อมผ่าน Portal ได้ จึงควรวางอีกจุดไว้บนเกาะเดียวกันเมื่อพื้นที่นั้นมีความสำคัญมาก

สิ่งที่ควรพกขณะออกสำรวจ

ผู้เล่นควรจัดชุด Portal Kit ก่อนออกจากฐาน โดยประกอบด้วย

  • Fine Wood 20 ชิ้น
  • Greydwarf Eye 10 ชิ้น
  • Surtling Core 2 ชิ้น
  • Wood สำหรับสร้าง Workbench
  • Hammer
  • อาหารครบสามชนิด
  • อาวุธและชุดเกราะ
  • วัตถุดิบสร้างกองไฟ
  • Wood เพิ่มเติมสำหรับสร้างกำแพงชั่วคราว

ควรแยกวัตถุดิบ Portal ออกจากวัตถุดิบก่อสร้างทั่วไปและไม่ใช้ Fine Wood หรือ Surtling Core ระหว่างทาง หากใช้วัตถุดิบไปก่อนถึงจุดหมาย อาจไม่สามารถสร้างทางกลับฐานได้

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข้อมูลและบทความออนไลน์เพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%ขณะเดียวกันการเตรียม Portal Kit ให้พร้อมก่อนออกเดินทางจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการหวังว่าจะหาวัตถุดิบครบจากพื้นที่ปลายทาง

ควรวาง Portal ปลายทางตรงไหน

Portal ปลายทางไม่ควรวางบนชายหาดโล่งหรือกลางพื้นที่ศัตรู ควรเลือกตำแหน่งที่มีสิ่งกำบังและสามารถสร้างแนวป้องกันได้

ตำแหน่งที่เหมาะสม ได้แก่

  • อาคารร้างที่ซ่อมแซมแล้ว
  • บนเนินที่ศัตรูขึ้นถึงยาก
  • เกาะขนาดเล็กใกล้พื้นที่เป้าหมาย
  • ภายในฐานย่อย
  • ใกล้ท่าเรือแต่ไม่ติดชายฝั่ง
  • บนพื้นที่ราบที่มีกำแพงล้อมได้
  • ห่างจากจุดเกิดศัตรูและรังมอนสเตอร์
  • ห่างจากแท่นบอสในระยะที่ปลอดภัย

เมื่อสร้าง Portal สำเร็จควรป้องกันทันทีด้วยกำแพง ประตู และหลังคา ไม่ควรเดินทางกลับฐานโดยปล่อย Workbench และ Portal ไว้กลางแจ้งโดยไม่มีสิ่งป้องกัน

วิธีสร้างจุด Portal ชั่วคราว

เมื่อขึ้นฝั่งเกาะใหม่ ให้ทำตามลำดับนี้

  1. สำรวจพื้นที่รอบตัวอย่างรวดเร็ว
  2. กำจัดศัตรูใกล้ชายฝั่ง
  3. สร้าง Workbench
  4. สร้าง Portal
  5. เชื่อมกลับฐานและทดสอบ
  6. สร้างกำแพงล้อม
  7. สร้างหลังคาป้องกัน
  8. วางหีบเก็บของ
  9. ทำเครื่องหมายตำแหน่งบนแผนที่
  10. เริ่มสำรวจต่อหลังมีเส้นทางกลับบ้านแล้ว

อย่ารีบออกสำรวจก่อนทดสอบ Portal หากชื่อไม่ตรงกัน ผู้เล่นอาจเดินทางลึกเข้าไปในพื้นที่อันตรายโดยไม่มีทางกลับฐาน

วิธีป้องกัน Portal จากศัตรู

Portal สามารถถูกทำลายได้ จึงควรมีสิ่งก่อสร้างป้องกันตามระดับความอันตรายของ Biome

ใน Meadows และ Black Forest

ใช้กำแพงไม้ รั้ว และประตูธรรมดาได้ แต่ควรระวัง Troll ที่สามารถโจมตีสิ่งก่อสร้างเป็นพื้นที่

ใน Swamp

สร้างพื้นยกสูงเพื่อลดปัญหาน้ำและศัตรู วาง Portal ในอาคารที่มีหลังคา พร้อมกำแพงไม้หรือหิน

ใน Mountains

สร้าง Portal ในอาคารหินหรือหลุมที่มีหลังคา ระวัง Drake ที่สามารถโจมตีจากอากาศได้

ใน Plains

ใช้กำแพงหินและหลังคาปิด เพราะ Deathsquito สามารถบินข้ามรั้วได้ ควรห่างจากหมู่บ้าน Fuling

ใน Mistlands

เลือกพื้นที่ที่มีทางเข้าแคบ สร้างกำแพงแข็งแรง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีศัตรูขนาดใหญ่หรือรังอยู่ใกล้

ใน Ashlands

Portal ควรอยู่ภายในฐานที่มีแนวป้องกันหลายชั้น พื้นที่นี้มีศัตรูจำนวนมากและการโจมตีฐานเกิดขึ้นได้ง่าย ควรสร้าง Portal สำรองห่างออกไปอีกจุดหนึ่ง

การวาง Portal สำหรับฟาร์ม

พืชบางชนิดปลูกได้เฉพาะ Biome เช่น Barley และ Flax ใน Plains หรือพืชจาก Mistlands ผู้เล่นจึงควรสร้าง Portal เชื่อมฟาร์มเฉพาะทางกับฐานหลัก

โครงสร้างที่เหมาะสมคือ

  • Portal อยู่ภายในอาคาร
  • แปลงผักอยู่หลังแนวกำแพง
  • มีหีบเก็บเมล็ดและผลผลิต
  • มี Cultivator สำรอง
  • มี Workbench และสถานีซ่อมที่จำเป็น
  • มี Portal สำรองหากฟาร์มมีขนาดใหญ่
  • มีป้ายระบุรอบการปลูก

ผลผลิตทางการเกษตรส่วนใหญ่สามารถขนผ่าน Portal ได้ จึงไม่จำเป็นต้องสร้างครัวขนาดใหญ่ในทุกฟาร์ม สามารถนำผลผลิตกลับไปปรุงที่ฐานหลักได้

การวาง Portal สำหรับเหมือง

Portal สำหรับเหมืองควรอยู่ใกล้แหล่งแร่ แต่ไม่ใกล้จนถูกศัตรูหรือการขุดทำให้เสียหาย

ควรมีองค์ประกอบดังนี้

  • Portal เชื่อมฐานหลัก
  • หีบเก็บแร่
  • หีบเก็บอาหารและอุปกรณ์
  • Workbench
  • Forge หรือสถานีซ่อมหากจำเป็น
  • รถเข็นหรือทางลงท่าเรือ
  • เส้นทางจากเหมืองไปชายฝั่ง
  • กำแพงป้องกันศัตรู

Portal ใช้สำหรับขนตัวผู้เล่นและอุปกรณ์ ส่วนแร่เก็บไว้ในหีบจนมีจำนวนมากแล้วจึงขนทางเรือหรือใช้ Stone Portal เมื่อปลดล็อกในช่วงท้ายเกม

การวาง Portal สำหรับบอส

ก่อนต่อสู้กับบอส ควรวาง Portal ในระยะที่ปลอดภัย ไม่ควรวางติดแท่นอัญเชิญ เพราะการโจมตีของบอสอาจทำลาย Portal และอาคารโดยรอบ

วิธีที่ปลอดภัยคือ

  1. ค้นหาแท่นบอส
  2. เลือกพื้นที่ห่างออกไปพอสมควร
  3. สร้างฐานย่อย
  4. วาง Portal ภายในอาคาร
  5. สร้างเตียงหรือจุดพักหากจำเป็น
  6. เตรียมอาหารและ Mead สำรอง
  7. สร้างหีบใส่อุปกรณ์ชุดที่สอง
  8. ทำเครื่องหมายจุด Portal บนแผนที่

หากเสียชีวิต ผู้เล่นสามารถกลับมาจากฐานหลักและเข้าใกล้พื้นที่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเดินทางข้ามโลกใหม่ทั้งหมด

การวาง Portal สำหรับท่าเรือ

ท่าเรือและ Portal ควรทำงานร่วมกัน เพราะผู้เล่นสามารถเดินทางไปยังท่าเรือผ่าน Portal แล้วใช้เรือขนแร่หรือเดินทางต่อไปยังพื้นที่ที่ยังไม่มีจุดเชื่อม

Portal ท่าเรือควรอยู่

  • ภายในอาคารใกล้ชายฝั่ง
  • สูงกว่าระดับคลื่น
  • ใกล้ Workbench สำหรับซ่อมเรือ
  • ใกล้หีบพักสินค้า
  • หลังแนวกำแพง
  • ไม่ขวางทางขนแร่
  • ไม่อยู่ในจุดที่เรือชนได้

ฐานขนาดใหญ่ควรมี Portal เชื่อมระหว่างท่าเรือกับ Portal Hub หากทั้งสองพื้นที่อยู่ห่างกันมาก

การใช้ Portal เมื่อเล่นหลายคน

ในเซิร์ฟเวอร์หลายคน ปัญหาที่พบบ่อยคือมีผู้เปลี่ยนชื่อ Portal โดยไม่แจ้งทีม ทำให้ผู้เล่นอีกคนติดอยู่ที่ปลายทาง

ควรกำหนดกฎร่วมกัน เช่น

  • Portal ถาวรห้ามเปลี่ยนชื่อ
  • Portal กลางต้องเปลี่ยนกลับหลังใช้งาน
  • ทุกจุดต้องมีป้ายระบุชื่อ
  • ทำเครื่องหมาย Portal บนแผนที่ร่วม
  • มี Portal ฉุกเฉินสำหรับทุกคน
  • แจ้งทีมก่อนรื้อหรือย้าย Portal
  • เก็บวัตถุดิบสร้าง Portal ไว้ในคลังส่วนกลาง
  • ใช้ระบบชื่อเดียวกันทั้งเซิร์ฟเวอร์

หากมีสมาชิกจำนวนมาก ควรสร้าง Portal แยกตามโซนหรือ Biome เพื่อป้องกันความแออัดในห้องเดียว

วิธีใช้ Portal เดียวเชื่อมหลายจุดหมาย

ผู้เล่นคนเดียวสามารถประหยัดทรัพยากรด้วยการสร้าง Portal กลางเพียงหนึ่งแห่ง แล้วเปลี่ยนชื่อให้ตรงกับ Portal ปลายทางที่ต้องการ

ตัวอย่างเช่น Portal ปลายทางมีชื่อดังนี้

  • FARM
  • SWAMP
  • MOUNTAIN
  • PLAINS
  • MISTLANDS

เมื่ออยู่ที่ฐาน ให้เปลี่ยนชื่อ Portal กลางเป็นชื่อของจุดหมายและรอให้การเชื่อมต่อทำงาน หลังกลับมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นชื่ออื่น

ข้อควรระวังคือผู้เล่นต้องมีรายชื่อ Portal ทั้งหมด อาจสร้างป้ายติดผนังหรือเก็บรายการไว้ใกล้ Portal หากจำชื่อผิดจะไม่สามารถเชื่อมต่อได้

วิธีแก้ปัญหา Portal ไม่เชื่อมต่อ

หาก Portal ไม่ทำงาน ให้ตรวจสอบตามลำดับดังนี้

ชื่อไม่ตรงกัน

ตรวจสอบตัวอักษร ช่องว่าง และตัวเลข Portal ทั้งสองฝั่งต้องใช้ Tag เดียวกัน

มี Portal ชื่อเดียวกันมากเกินไป

หากมี Portal มากกว่าสองแห่งใช้ชื่อเดียวกัน ให้เปลี่ยนชื่อแต่ละคู่ให้ไม่ซ้ำ

Portal ปลายทางถูกทำลาย

หากมีศัตรูโจมตีฐานปลายทาง Portal อาจหายไป ต้องเดินทางกลับไปสร้างใหม่ด้วยวิธีอื่น

ถือสิ่งของต้องห้าม

ตรวจสอบ Inventory ว่ามีแร่ โลหะ หรือวัตถุดิบที่มีสัญลักษณ์ห้าม Teleport หรือไม่ ให้นำออกจากตัวแล้วลองเดินผ่านอีกครั้ง

Portal ยังไม่อัปเดต

หลังเปลี่ยนชื่อควรรอสักครู่ให้ Portal เชื่อมต่อก่อนเดินเข้าไป หากรีบเดินทันทีอาจยังไม่ทำงาน

ใช้ Portal คนละประเภทหรือเงื่อนไขไม่ตรง

Portal ช่วงท้ายเกมอาจมีเงื่อนไขและความสามารถต่างจาก Portal ปกติ ควรตรวจสอบว่าสองฝั่งเป็นชนิดที่เชื่อมต่อกันได้อย่างถูกต้อง

ข้อผิดพลาดที่ผู้เล่นมือใหม่มักทำ

ลืมสร้าง Portal รอไว้ที่ฐาน

แม้จะพกวัตถุดิบครบ แต่หากไม่มี Portal คู่ที่ฐานก็ไม่สามารถกลับบ้านได้ ควรสร้างและตั้งชื่อฝั่งฐานก่อนออกเดินทาง

ใช้วัตถุดิบ Portal ระหว่างทาง

Fine Wood และ Surtling Core อาจถูกนำไปสร้างสิ่งอื่นโดยไม่ตั้งใจ ควรแยกเป็นชุดและไม่ใช้จนกว่าจะวาง Portal สำเร็จ

ตั้งชื่อซับซ้อนเกินไป

ชื่อยาวและมีสัญลักษณ์จำนวนมากทำให้พิมพ์ผิดง่าย ควรใช้คำสั้นๆ พร้อมหมายเลข

วาง Portal กลางแจ้ง

ศัตรูสามารถทำลาย Portal ได้ง่าย ควรสร้างผนังและหลังคาทันทีหลังวาง

วาง Portal ใกล้บอสเกินไป

การโจมตีของบอสอาจทำลายจุดกลับมา ทำให้การกู้ศพยากขึ้น ควรวางให้ห่างจากพื้นที่ต่อสู้

ไม่มี Portal ฉุกเฉิน

หาก Portal กลางถูกเชื่อมไปยังจุดอื่น ผู้เล่นที่กำลังสำรวจอาจกลับฐานไม่ได้ ควรมี Portal ว่างสำรองเสมอ

ไม่ทำเครื่องหมายบนแผนที่

เมื่อ Portal ถูกทำลาย ผู้เล่นอาจจำตำแหน่งเดิมไม่ได้ ควรทำเครื่องหมายทุกครั้ง

ยืนใน Portal ขณะเปลี่ยนชื่อ

การเชื่อมต่ออาจเปลี่ยนในจังหวะที่ไม่ตั้งใจ ควรถอยออกมา ตั้งชื่อให้เสร็จ และตรวจสอบปลายทางก่อนเดินเข้าไป

ตัวอย่างเครือข่าย Portal ที่แนะนำ

ผู้เล่นสามารถเริ่มต้นจากเครือข่ายขนาดเล็กและค่อยๆ ขยายตามความก้าวหน้า

ช่วงต้นเกม

  • HOME ↔ BF1
  • HOME-FARM ↔ FARM
  • EMERGENCY ↔ Portal สำรวจ

ช่วงกลางเกม

  • SWAMP1 ↔ ฐานหา Iron
  • MOUNT1 ↔ ฐานหา Silver
  • PORT1 ↔ ท่าเรือหลัก
  • BOSS3 ↔ จุดเตรียมสู้ Bonemass
  • BOSS4 ↔ จุดเตรียมสู้ Moder

ช่วงท้ายเกม

  • PLAINS1 ↔ ฟาร์ม Barley และ Flax
  • MIST1 ↔ ฟาร์มและฐาน Mistlands
  • ASH1 ↔ ฐานหน้าใน Ashlands
  • STONE-MINE ↔ พื้นที่ขนโลหะ
  • BACKUP1 ↔ ฐานสำรอง

เมื่อจำนวน Portal เพิ่มขึ้น ควรเปลี่ยนจากการวางกลางลานเป็น Portal Hub ที่มีป้ายและการแบ่งโซนอย่างชัดเจน

สรุปวิธีใช้ Portal และวางเครือข่ายระหว่างฐาน

Portal ช่วยลดเวลาเดินทางและเพิ่มความปลอดภัยในการสำรวจโลกของ Valheim ผู้เล่นสามารถสร้าง Portal ปกติได้ด้วย Fine Wood, Greydwarf Eye และ Surtling Core โดยต้องสร้าง Portal สองฝั่งและตั้งชื่อให้ตรงกัน

เครือข่ายที่ดีควรมี Portal Hub ที่ฐานหลัก Portal ถาวรสำหรับสถานที่สำคัญ และ Portal ไม่มีชื่อหรือ Portal ฉุกเฉินสำหรับการสำรวจ ควรทำป้ายและใช้ระบบชื่อเดียวกันทั้งโลก เพื่อป้องกันการเชื่อมต่อผิดคู่

แม้ Portal ปกติจะไม่สามารถขนแร่และโลหะบางชนิดภายใต้กฎมาตรฐานได้ แต่ยังใช้เดินทางกลับไปซ่อมเครื่องมือและนำอาหารไปยังเหมืองได้ ส่วนการขนแร่ควรใช้เรือจนกว่าจะปลดล็อก Portal ระดับสูงหรือปรับ World Modifier ให้เหมาะกับรูปแบบการเล่น

ท้ายที่สุด ผู้เล่นควรวาง Portal ทุกแห่งในอาคารที่มีกำแพงและหลังคา พร้อมสร้างจุดสำรองใน Biome อันตราย การเตรียม Portal Kit ก่อนออกสำรวจและทดสอบการเชื่อมต่อก่อนเดินทางต่อ จะช่วยป้องกันปัญหาติดอยู่บนเกาะห่างไกล ผู้เล่นที่ต้องการติดตามบทความและเนื้อหาออนไลน์เพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวัน พร้อมนำระบบเครือข่ายนี้ไปปรับใช้ให้เหมาะกับฐานและเส้นทางภายในโลกของตนเอง