วิธีเตรียมตัวสำรวจ Ashlands พร้อมอุปกรณ์ที่ควรมี Ashlands เป็น Biome ช่วงท้ายของ Valheim ซึ่งเต็มไปด้วยลาวา ไฟ ป้อมปราการ และศัตรูจำนวนมาก การเดินทางเข้าสู่พื้นที่นี้แตกต่างจาก Biome ก่อนหน้า เพราะผู้เล่นต้องเตรียมเรือสำหรับสภาพทะเลรอบ Ashlands และหาจุดขึ้นฝั่งท่ามกลางศัตรูที่สามารถโจมตีได้ต่อเนื่อง หากเรือถูกทำลายก่อนสร้าง Portal สำเร็จ การกลับไปกู้คืนอุปกรณ์จะยากมาก
แม้ผู้เล่นจะมีชุดเกราะและอาวุธจาก Mistlands แล้ว ก็ไม่ควรแล่นเรือเข้าสู่ Ashlands โดยไม่มีอาหาร Fire Resistance วัสดุสร้างฐาน และอุปกรณ์สำรอง การขึ้นฝั่งครั้งแรกควรถูกวางแผนเหมือนภารกิจสร้างหัวหาด ไม่ใช่การสำรวจทั่วไป เพราะเป้าหมายแรกคือสร้างพื้นที่ปลอดภัยและ Portal ก่อนออกตามหาทรัพยากร
ทรัพยากรสำคัญของ Ashlands ได้แก่ Flametal, Ashwood, Grausten, อัญมณีสำหรับพัฒนาอาวุธ และวัตถุดิบจากศัตรูระดับสูง ผู้ที่สนใจความบันเทิงออนไลน์อย่างเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง และต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสเกมเอาชีวิตรอด สามารถใช้คำแนะนำต่อไปนี้เพื่อเตรียมอุปกรณ์และวางแผนเข้าสู่ Ashlands ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

Ashlands คือ Biome แบบไหน
Ashlands เป็นดินแดนเถ้าถ่านทางตอนใต้ของโลก Valheim มีภูมิประเทศร้อน ลาวา ซากปรักหักพัง และศัตรูประเภท Charred จำนวนมาก พื้นที่รอบนอกถูกแยกด้วยทะเลและโขดหินแหลม ทำให้การนำเรือเข้าถึงชายฝั่งมีความเสี่ยงสูง
ภูมิประเทศภายในไม่ได้เป็นทุ่งโล่งทั้งหมด ผู้เล่นจะพบเนิน หิน ซากอาคาร ป้อม พื้นลาวา และจุดเกิดศัตรูหลายประเภท การต่อสู้ส่งเสียงและสามารถดึงศัตรูจากบริเวณกว้างเข้ามาร่วมได้ จึงไม่ควรยืนต่อสู้อยู่จุดเดิมนานเกินไป
กิจกรรมสำคัญใน Ashlands ได้แก่
- สร้างฐานหัวหาด
- ตั้ง Portal เชื่อมฐานหลัก
- เก็บ Ashwood และ Grausten
- หา Flametal
- ทำลาย Monument of Torment
- สำรวจป้อมปราการ Charred
- หาอัญมณีสำหรับพัฒนาอาวุธ
- ต่อสู้กับ Morgen และ Fallen Valkyrie
- จับหรือเลี้ยง Askvin
- ทำฟาร์มวัตถุดิบอาหาร
- อัปเกรดอาวุธและชุดเกราะระดับ Ashlands
- ค้นหาวิธีเข้าสู่สนามบอส
- เตรียมต่อสู้กับ Fader
ควรเข้าสู่ Ashlands เมื่อใด
ผู้เล่นควรเข้าสู่ Ashlands หลังเอาชนะ The Queen และสร้างอุปกรณ์ที่ปลดล็อกจากรางวัลของบอสเรียบร้อยแล้ว ความก้าวหน้าดังกล่าวช่วยให้สร้างเรือ เครื่องมือ หรือระบบที่จำเป็นต่อการเดินทางเข้า Biome
ก่อนออกเดินทางควรมีความพร้อมดังนี้
- เอาชนะ The Queen แล้ว
- มีอาวุธ Mistlands ที่อัปเกรดแล้ว
- มีชุดเกราะ Carapace หรือชุดเวทคุณภาพสูง
- มีโล่ Carapace หรือระดับเหมาะสม
- มี Feather Cape หรือ Cape ที่เหมาะกับแผน
- มีธนูหรือหน้าไม้ระดับสูง
- มีอาหาร Mistlands คุณภาพดี
- มีอาหาร Eitr หากเล่นสายเวท
- มี Fire Resistance Barley Wine
- มี Healing Mead และ Stamina Mead
- มีวัสดุสร้างเรือสำหรับ Ashlands
- มีวัสดุสร้าง Portal หลายชุด
- มีชุดอุปกรณ์สำรองที่ฐาน
- มีทรัพยากรสร้างกำแพงและสถานีคราฟต์
- มีสมาชิกพร้อมแบ่งหน้าที่หากเล่นเป็นทีม
หากยังเสียชีวิตจาก Seeker หรือ Gjall ได้ง่าย ควรปรับอาวุธ อาหาร และวิธีต่อสู้ก่อนเดินทางเข้าสู่พื้นที่ซึ่งมีศัตรูหนาแน่นกว่าเดิม
ความท้าทายสำคัญของ Ashlands
Ashlands รวมอันตรายหลายประเภทไว้พร้อมกัน ได้แก่
- ทะเลอันตรายก่อนถึงชายฝั่ง
- โขดหินซึ่งทำให้เรือเดินทางยาก
- ศัตรูโจมตีเรือระหว่างเข้าเทียบ
- Charred ที่เกิดหรือรวมกลุ่มได้รวดเร็ว
- ศัตรูระยะไกลซึ่งยิงจากแนวหลัง
- Morgen ซึ่งเคลื่อนที่และโจมตีรุนแรง
- Fallen Valkyrie ที่โจมตีจากอากาศ
- Askvin ซึ่งพุ่งชนและทำลายสิ่งปลูกสร้าง
- Lava ที่สร้างความเสียหายรุนแรง
- สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับไฟ
- Portal ถูกทำลายก่อนตั้งฐานสำเร็จ
- การต่อสู้ยาวนานจน Stamina และ Eitr หมด
- พื้นที่เกิดศัตรูจาก Monument of Torment
- การขน Flametal และวัตถุดิบหนักกลับฐาน
ผู้เล่นต้องวางแผนทั้งการเดินทาง การขึ้นฝั่ง การสร้างฐาน และการถอนตัว ไม่ควรคิดเฉพาะอาวุธสำหรับต่อสู้เท่านั้น
อาวุธที่ควรมี
Ashlands มีศัตรูหลากหลายทั้งภาคพื้นดิน อากาศ และศัตรูซึ่งมีจุดอ่อนเฉพาะ ควรพกอาวุธมากกว่าหนึ่งประเภท
อาวุธระยะประชิด
เลือกอาวุธ Mistlands ที่อัปเกรดสูงและมีรูปแบบซึ่งผู้เล่นถนัด ควรสร้างความเสียหายได้รวดเร็วเพื่อไม่ให้การต่อสู้ยืดเยื้อจนศัตรูชุดใหม่เข้ามาเพิ่ม
อาวุธมือเดียวสามารถใช้คู่กับโล่และเหมาะกับการสำรวจครั้งแรก ส่วนอาวุธสองมือช่วยจัดการศัตรูหลายตัว แต่ใช้ Stamina มากและเสี่ยงหากไม่เข้าใจระยะโจมตี
ธนู
ธนูมีประโยชน์กับ Fallen Valkyrie, Volture และศัตรูซึ่งยืนอยู่บนป้อม ควรพกลูกธนูคุณภาพดีและแยกบางส่วนสำหรับศัตรูทั่วไป
หน้าไม้
หน้าไม้สร้างความเสียหายเปิดฉากได้สูงและเหมาะกับการยิงจุดอ่อน แต่ใช้เวลาบรรจุ จึงควรบรรจุก่อนเริ่มต่อสู้และไม่ยืนโหลดขณะศัตรูเข้าประชิด
อาวุธเวทมนตร์
เวทมนตร์ช่วยควบคุมพื้นที่ สร้างเกราะ และโจมตีศัตรูหลายตัว เหมาะกับ Ashlands ที่มีกลุ่มศัตรูหนาแน่น แต่ต้องผลิตอาหาร Eitr และแบ่งบทบาทให้ชัดเจน
อาวุธสำรอง
ควรมีอาวุธอีกประเภทสำหรับศัตรูที่ต้านทานอาวุธหลัก หากตัวเลขความเสียหายแสดงว่าประสิทธิภาพต่ำ ให้เปลี่ยนทันทีแทนการฝืนโจมตีต่อเนื่อง
โล่ที่ควรใช้
โล่ระดับ Mistlands ที่อัปเกรดแล้วเป็นขั้นต่ำที่เหมาะสำหรับการเข้าสู่ Ashlands ผู้เล่นต้องตรวจสอบว่า Block Armor สามารถรับการโจมตีของ Charred Warrior หรือ Askvin ได้หรือไม่
Buckler เหมาะกับผู้ที่ Parry แม่นและต้องการสร้างความเสียหายสวนกลับ แต่การกดผิดจังหวะอาจได้รับความเสียหายรุนแรง
โล่ขนาดใหญ่เหมาะกับผู้เล่นแนวหน้าที่ต้องรับการโจมตีหลายครั้ง แต่ลดความคล่องตัวและอาจทำให้ถอนตัวจากกลุ่มศัตรูได้ช้า
ไม่ควรยกโล่ค้างตลอดเวลา เพราะจะทำให้ Stamina ฟื้นช้า ควรยกเฉพาะจังหวะที่ศัตรูเข้าโจมตีและลดลงเมื่อกำลังสร้างระยะใหม่
ชุดเกราะที่เหมาะกับ Ashlands
การเลือกชุดเกราะขึ้นอยู่กับบทบาทและความถนัด ไม่มีชุดเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
Carapace Armor
เหมาะกับผู้เล่นระยะประชิด ให้การป้องกันสูงและช่วยลดผลกระทบจากความผิดพลาด ควรอัปเกรดก่อนเข้าสู่ Ashlands
ชุดเวทมนตร์
ช่วยเพิ่มการฟื้นฟู Eitr และสนับสนุนการใช้เวทต่อเนื่อง แต่มี Armor ต่ำกว่า ผู้เล่นต้องรักษาระยะและไม่ควรอยู่แนวหน้า
ชุดผสม
สามารถใช้ชิ้นส่วนต่างชุดเพื่อสร้างสมดุลระหว่าง Armor, Eitr และความคล่องตัว แต่จะเสียโบนัสครบชุดบางประเภท
อุปกรณ์ Ashlands
เมื่อเริ่มเก็บวัตถุดิบในพื้นที่ได้แล้ว ควรพัฒนาไปยังชุดเกราะและ Cape ระดับใหม่ตามบทบาท แต่ไม่ควรรีบใช้ทรัพยากรทั้งหมดจนไม่มีเหลือสำหรับอาวุธหรือสถานีคราฟต์
ไม่ว่าชุดใด ผู้เล่นต้องใช้ Fire Resistance และอาหารที่เหมาะสมร่วมด้วย ชุดเกราะสูงไม่สามารถทดแทนการต้านทานไฟและการหลบ Lava ได้ทั้งหมด
Cape ที่ควรเลือก
Feather Cape ช่วยด้านการเคลื่อนที่และลดความเสียหายจากการตก เหมาะกับการสำรวจพื้นที่หินและสิ่งปลูกสร้างสูง แต่ต้องพิจารณาความสัมพันธ์กับความเสียหายธาตุและอุปกรณ์อื่นตามเวอร์ชันเกม
Cape ระดับ Ashlands บางประเภทอาจให้คุณสมบัติซึ่งเหมาะกับไฟ ความเร็ว หรือบทบาทเฉพาะ ควรอ่านรายละเอียดก่อนเปลี่ยน
ในการขึ้นฝั่งครั้งแรก ความปลอดภัยจากการตกและความคล่องตัวมีประโยชน์มาก แต่ผู้เล่นต้องมี Fire Resistance พร้อมใช้งานด้วย
เก็บ Cape สำรองไว้ที่ฐาน หากเสียชีวิตและเส้นทางกู้คืนต้องกระโดดจากที่สูง ตัวละครชุดสำรองจะไม่มีคุณสมบัติของ Cape หลัก
อาหารสำหรับผู้เล่นระยะประชิด
ผู้เล่นแนวหน้าควรใช้อาหาร Health สองชนิดและ Stamina หนึ่งชนิด เพื่อรับการโจมตีของ Charred และยังมีพลังสำหรับป้องกันหรือกลิ้งหลบ
อาหารควรเป็นระดับดีที่สุดจาก Mistlands หรืออาหาร Ashlands ซึ่งปลดล็อกภายหลัง ไม่ควรใช้เมนูระดับ Plains เป็นชุดหลักหากมีตัวเลือกที่ดีกว่าแล้ว
ก่อนลงจากเรือให้กินอาหารชุดใหม่และรอ Health เพิ่มจนเต็ม การขึ้นฝั่งด้วยอาหารที่ใกล้หมดอาจทำให้ค่าสถานะลดระหว่างกำลังสร้าง Portal
พกอาหารสำรองไว้หนึ่งชุดและเก็บอีกหลายชุดในฐานหลักสำหรับภารกิจกู้คืนอุปกรณ์
อาหารสำหรับผู้เล่นสายเวท
สายเวทควรใช้อาหาร Eitr สองชนิดและอาหาร Health หนึ่งชนิดเมื่อมีทีมคอยป้องกัน หรือใช้ Eitr หนึ่งชนิด Health หนึ่งชนิด และ Stamina หนึ่งชนิดเมื่อเล่นคนเดียว
การใช้ Eitr ทั้งสามช่องช่วยให้ร่ายเวทได้มาก แต่ Health ต่ำเกินไปสำหรับความเสียหายใน Ashlands ผู้เล่นอาจเสียชีวิตจากศัตรูระยะไกลหรือการโจมตีที่หลบไม่ทัน
ควรมีอาวุธระยะประชิดหรือธนูสำรอง หาก Eitr หมดจะยังสามารถต่อสู้และถอนตัวได้
อาหาร Magecap และวัตถุดิบ Mistlands ควรถูกผลิตอย่างต่อเนื่องก่อนออกเดินทาง อย่านำเสบียง Eitr ทั้งหมดลงเรือลำเดียว
Fire Resistance สำคัญอย่างไร
Ashlands มีศัตรูและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับไฟ Fire Resistance จึงเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นสำหรับการสำรวจและต่อสู้
ควรใช้ก่อนเข้าสู่สถานการณ์ที่มีความเสียหายไฟ ไม่ควรรอจน Health ลดจากไฟแล้วจึงค่อยดื่ม ตรวจสอบระยะเวลาของสถานะทุกครั้งก่อนโจมตีป้อมหรือเดินเข้าเขต Lava
แบ่งเครื่องดื่มออกเป็น
- ชุดติดตัว
- ชุดที่ฐานหัวหาด
- ชุดบนเรือหรือฐานก่อนเดินทาง
- ชุดฉุกเฉินใกล้เตียง
- ชุดสำหรับสมาชิกในทีม
Fire Resistance ไม่ได้ทำให้เดินบน Lava ได้อย่างปลอดภัย ต้องใช้อุปกรณ์และระบบที่เหมาะกับภูมิประเทศแยกต่างหาก
Healing Mead และ Stamina Mead
Healing Mead ช่วยประคองสถานการณ์เมื่อถูกศัตรูหลายตัวโจมตี แต่มีระยะรอใช้ซ้ำ ไม่ควรรอจน Health เหลือน้อยมากก่อนตัดสินใจดื่ม
Stamina Mead มีประโยชน์เมื่อต้องวิ่งออกจากกลุ่มศัตรู ปีนก้อนหิน หรือหลบการโจมตีต่อเนื่อง แต่ไม่ควรใช้เป็นข้ออ้างในการโจมตีจน Stamina หมดทุกครั้ง
วาง Mead ไว้ในช่องลัดที่เข้าถึงง่าย ไม่ควรเปิดกระเป๋าค้นหาระหว่างถูก Charred Archer หรือ Fallen Valkyrie โจมตี
ตรวจสอบเวลารอใช้ซ้ำก่อนเริ่มโจมตีป้อม หาก Healing Mead ยังไม่พร้อม ควรรอในฐานหรือพื้นที่ปลอดภัยก่อน
พลังบอสใดเหมาะกับ Ashlands
*พลัง Bonemass มีประโยชน์เมื่อรับมือศัตรูภาคพื้นดินจำนวนมากและความเสียหายทางกายภาพ โดยเฉพาะตอนขึ้นฝั่งหรือบุกป้อม
พลัง Eikthyr ช่วยเรื่อง Stamina ระหว่างวิ่งและกระโดด เหมาะกับการสำรวจหรือถอนตัว แต่ให้การป้องกันน้อยกว่าเมื่อถูกล้อม
พลัง The Queen หรือพลังอื่นอาจเหมาะกับการขุดทรัพยากรหรือบทบาทเฉพาะตามคุณสมบัติ ผู้เล่นควรเลือกจากภารกิจ ไม่ใช่ใช้พลังเดียวตลอดเวลา
หากเล่นหลายคน สามารถแบ่งสมาชิกใช้พลังต่างกัน เช่น ผู้เล่นแนวหน้าใช้ Bonemass และผู้สำรวจใช้ Eikthyr เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของทีม
เรือสำหรับเดินทางเข้าสู่ Ashlands
ไม่ควรใช้เรือระดับต่ำเดินทางเข้าสู่ทะเลรอบ Ashlands เพราะสภาพแวดล้อมและศัตรูสามารถทำลายเรือได้รวดเร็ว ผู้เล่นควรสร้างเรือซึ่งปลดล็อกจากความก้าวหน้าหลัง The Queen และออกแบบมาสำหรับพื้นที่ดังกล่าว
ก่อนออกเดินทางต้องซ่อมเรือให้เต็มและตรวจสอบวัตถุดิบสำรอง อย่าบรรทุกอุปกรณ์กับอาหารทั้งหมดที่มีลงเรือลำเดียว
สิ่งที่ควรอยู่บนเรือหรือในกระเป๋าของทีม ได้แก่
- วัสดุสร้าง Portal หลายชุด
- ไม้และ Stone สำหรับ Workbench
- วัตถุดิบสร้างกำแพง
- อาหารสำรอง
- Fire Resistance
- Healing Mead
- ลูกธนู
- อาวุธสำรอง
- อุปกรณ์ซ่อมฐาน
- วัตถุดิบสร้างเรือสำรองที่ฐานต้นทาง
ไม่ควรสร้างสิ่งของจากวัสดุเรือหรือใช้ทรัพยากรสำคัญระหว่างทางโดยไม่มีเหตุจำเป็น เพราะอาจไม่มีพอสำหรับภารกิจกู้คืน
วางแผนเส้นทางเดินเรือ
Ashlands อยู่ทางตอนใต้ของโลก ผู้เล่นควรเริ่มจากฐานหรือ Portal ซึ่งอยู่ใกล้ใต้สุดเท่าที่สำรวจได้ เพื่อลดระยะทางในทะเลอันตราย
ทำเครื่องหมายเส้นทางและจุดเกาะพักบนแผนที่ เตรียม Portal ในฐานก่อนออกเรือ และกำหนดชื่อประตูสำหรับจุดขึ้นฝั่ง เช่น ASH-PORT
เมื่อเข้าใกล้ Ashlands ควรลดความเร็ว มองหาโขดหินและช่องทางเรือ อย่ากางใบเต็มตลอดเวลา เพราะอาจหักหลบสิ่งกีดขวางไม่ทัน
สมาชิกในทีมควรแบ่งหน้าที่
- คนควบคุมเรือ
- คนเฝ้าด้านหน้า
- คนใช้ธนูหรือเวทโจมตีศัตรู
- คนเตรียมวัสดุ Portal และ Workbench
- คนซ่อมหรือดู Health ของเรือเมื่อขึ้นฝั่ง
ไม่ควรให้ทุกคนยืนอยู่ด้านเดียว เพราะอาจมองไม่เห็นศัตรูหรือโขดหินจากอีกฝั่ง
วิธีเลือกจุดขึ้นฝั่ง
จุดขึ้นฝั่งที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นชายหาดที่สวยที่สุด แต่ต้องมีพื้นที่สร้าง Portal และสามารถป้องกันศัตรูได้
มองหาบริเวณที่มีลักษณะดังนี้
- ไม่มี Lava ติดชายฝั่ง
- ไม่มีป้อมหรือศัตรูกลุ่มใหญ่อยู่ใกล้
- มีพื้นที่ราบพอสำหรับกำแพง
- เรือเข้าเทียบได้โดยไม่ติดหิน
- มีทางถอยกลับเรือ
- มีทรัพยากรพื้นฐานให้สร้างฐาน
- ไม่อยู่ใต้หน้าผาที่ศัตรูโจมตีจากด้านบน
- มีโครงสร้างหรือก้อนหินช่วยป้องกัน
- อยู่ห่างจาก Monument of Torment
- สามารถขยายเป็นท่าเรือได้
ควรสำรวจจากเรือก่อนขึ้นฝั่ง ใช้ธนู หน้าไม้ หรือเวทกำจัด Volture และศัตรูริมชายหาดเท่าที่ทำได้
วิธีสร้างหัวหาดหลังขึ้นฝั่ง
เมื่อเท้าแตะพื้น อย่ารีบเก็บทรัพยากรหรือวิ่งสำรวจ เป้าหมายแรกคือสร้างพื้นที่ปลอดภัยและ Portal
ลำดับการสร้างที่แนะนำคือ
- กำจัดศัตรูใกล้ชายหาด
- วาง Workbench
- สร้างกำแพงชั่วคราว
- วาง Portal และเชื่อมกลับฐาน
- สร้างหลังคาหรือห้องป้องกัน Portal
- วางหีบอาหารกับ Mead
- สร้างจุดซ่อมและพัก
- วาง Shield Generator เมื่อปลดล็อกหรือมีวัสดุ
- สร้างประตูและทางออกสำรอง
- ซ่อมเรือ
- วางเครื่องหมายบนแผนที่
- ขยายแนวป้องกันเมื่อพื้นที่สงบ
Portal ควรอยู่ด้านในสุด ไม่ติดประตูหรือกำแพงด้านนอก หาก Askvin หรือ Morgen เข้าถึงฐานจะได้ไม่ทำลายเส้นทางกลับทันที
ทำไมต้องพก Portal หลายชุด
Portal ชุดแรกอาจถูกทำลายระหว่างสร้างหรือยังไม่เชื่อมเพราะตั้งชื่อผิด หากพกเพียงชุดเดียว ผู้เล่นอาจติดอยู่ใน Ashlands โดยไม่มีทางกลับ
ควรมี Portal สำรองอย่างน้อยหนึ่งถึงสองชุดและมีประตูที่ฐานต้นทางรออยู่แล้ว ตั้งชื่อสั้นและตรวจสอบการเชื่อมต่อก่อนออกเรือ
เมื่อสร้าง Portal สำเร็จ ให้สมาชิกหนึ่งคนเดินทางกลับฐานและกลับมาใหม่เพื่อยืนยันว่าเส้นทางใช้งานได้จริง อย่าคิดว่าเพียงเห็น Portal เรืองแสงแล้วทุกอย่างเรียบร้อย
Portal สำหรับสำรวจลึกควรแยกจาก Portal หัวหาด หากจุดสำรวจถูกทำลาย ผู้เล่นจะยังมีเส้นทางกลับบริเวณชายฝั่ง
Shield Generator มีประโยชน์อย่างไร
Shield Generator เป็นระบบป้องกันสำคัญสำหรับฐานใน Ashlands ช่วยคุ้มครองพื้นที่จากภัยบางประเภทของสภาพแวดล้อมและเพิ่มความมั่นคงของสิ่งปลูกสร้างตามกลไกของเกม
ควรวางให้ครอบคลุม Portal เตียง หีบอาหาร และสถานีคราฟต์ ไม่จำเป็นต้องครอบคลุมกำแพงนอกทั้งหมดหากทรัพยากรยังมีจำกัด
ต้องเตรียมเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบที่ระบบกำหนดและตรวจสอบสถานะเป็นระยะ ไม่ควรปล่อยให้หมดระหว่างที่สมาชิกทั้งหมดออกสำรวจ
Shield Generator ไม่สามารถแทนกำแพง คู หรือการควบคุมจุดเกิดศัตรูได้ ฐานยังต้องมีแนวป้องกันหลายชั้นและผู้เล่นพร้อมต่อสู้
วิธีรับมือ Charred Warrior
Charred Warrior เป็นศัตรูระยะประชิดที่พบได้บ่อย มีความสามารถโจมตีต่อเนื่องและสามารถรวมกลุ่มกับศัตรูชนิดอื่น
วิธีรับมือ ได้แก่
- ใช้โล่ Parry เมื่อค่า Block เพียงพอ
- โจมตีสวนหลังศัตรูเสียสมดุล
- ไม่ปล่อยให้หลายตัวล้อม
- ใช้ธนูลด Health ก่อนเข้าประชิด
- เก็บ Stamina สำหรับป้องกัน
- ถอยไปยังทางแคบหรือแนวกำแพง
- ระวังศัตรูระยะไกลด้านหลัง
- กำจัด Spawner ก่อนต่อสู้ยืดเยื้อ
ไม่ควรโจมตีต่อเนื่องจน Stamina หมด แม้ศัตรูเหลือ Health น้อย เพราะตัวใหม่อาจเข้ามาร่วมจากนอกระยะมองเห็น
วิธีรับมือ Charred Archer และ Marksman
ศัตรูระยะไกลควรถูกกำจัดเป็นเป้าหมายแรก เพราะสามารถโจมตีขณะผู้เล่นกำลังรับมือ Warrior หรือ Askvin
ใช้ก้อนหิน กำแพง และซากอาคารบังแนวลูกธนู จากนั้นยิงสวนด้วยธนูหรือหน้าไม้ หลีกเลี่ยงการยืนในพื้นที่เปิดนานเกินไป
Marksman ที่มีดาวสามารถสร้างความเสียหายสูงมาก ไม่ควรคิดว่าชุด Carapace จะรับได้ทุกครั้ง ควรใช้โล่หรือหลบแนวโจมตี
เมื่อเข้าโจมตีป้อม ให้ค้นหาศัตรูบนหอคอยและกำแพงก่อนเข้าประตูหลัก ไม่ควรวิ่งเข้าไปโดยปล่อยให้ Archer ยิงจากด้านหลัง
วิธีรับมือ Charred Twitcher
Twitcher เป็นศัตรูที่อาจดูไม่แข็งแกร่งเท่า Warrior แต่สามารถรบกวนการต่อสู้และสร้างแรงกดดันเมื่อมีจำนวนมาก
ควรใช้อาวุธโจมตีเป็นวงกว้างหรือกำจัดอย่างรวดเร็วก่อนหันไปจัดการศัตรูใหญ่ การปล่อยไว้หลายตัวจะทำให้การเล็งธนูและการฟื้น Staminaยากขึ้น
เมื่อเล่นเป็นทีม ให้สมาชิกหนึ่งคนรับผิดชอบศัตรูตัวเล็ก ขณะที่แนวหน้าควบคุม Warrior หรือ Morgen
อย่าไล่ตาม Twitcher ออกจากพื้นที่ปลอดภัยจนเข้าใกล้ Spawner หรือศัตรูชุดใหม่ ควรรักษาตำแหน่งและใช้ระยะของอาวุธให้เป็นประโยชน์
Monument of Torment คืออะไร
Monument of Torment เป็นจุดซึ่งสร้างหรือสนับสนุนการเกิดของศัตรู Charred หากปล่อยไว้ การต่อสู้ในบริเวณนั้นอาจไม่มีวันสงบ เพราะมีศัตรูชุดใหม่เข้ามาเพิ่ม
เมื่อพบควรทำเครื่องหมายและประเมินจำนวนศัตรูรอบพื้นที่ อย่าวิ่งตรงเข้าไปทำลายขณะที่มี Warrior, Archer และ Morgen พร้อมกัน
วิธีจัดการคือใช้ธนูหรือเวทลดจำนวนศัตรูก่อน จากนั้นเปิดพลัง Bonemass และเข้าโจมตี Monument อย่างรวดเร็ว เมื่อจุดเกิดถูกทำลายจึงค่อยกำจัดศัตรูที่เหลือ
ไม่ควรสร้างฐานถาวรใกล้ Monument ที่ยังไม่ถูกทำลาย เพราะจะถูกโจมตีต่อเนื่องและใช้ทรัพยากรซ่อมแซมจำนวนมาก
วิธีรับมือ Askvin
Askvin เป็นสัตว์ที่เคลื่อนที่เร็วและสามารถพุ่งชนผู้เล่นหรือสิ่งปลูกสร้างได้ การต่อสู้ใกล้ Portal และกำแพงไม้มีความเสี่ยงสูง
วิธีรับมือ ได้แก่
- ต่อสู้ในพื้นที่เปิด
- หลบการพุ่งออกด้านข้าง
- ใช้โล่เมื่อมั่นใจในค่า Block
- โจมตีสวนเพียงไม่กี่ครั้ง
- ใช้ธนูลด Health จากระยะไกล
- ไม่ยืนระหว่าง Askvin หลายตัว
- หลีกเลี่ยงขอบ Lava
- ไม่ล่อกลับฐานโดยตรง
หาก Askvin อยู่ใกล้ Charred สามารถใช้ความขัดแย้งระหว่างศัตรูให้เป็นประโยชน์ตามพฤติกรรมของเกม แต่ต้องรักษาระยะและไม่เข้าไปเก็บของเร็วเกินไป
วิธีเลี้ยง Askvin
Askvin สามารถถูกทำให้เชื่องได้ตามระบบของสัตว์ในเกม แต่ต้องใช้คอกแข็งแรงและอาหารที่เหมาะสม
ไม่ควรใช้กำแพงไม้ธรรมดาเพียงชั้นเดียว เพราะสัตว์สามารถสร้างความเสียหายระหว่างตกใจหรือถูกโจมตี ควรใช้หลุม Stone หรือ Grausten ร่วมกับภูมิประเทศ
ขั้นตอนพื้นฐาน ได้แก่
- สร้างคอกห่างจากฐานหลัก
- ทำทางล่อและทางหนี
- ล่อ Askvin เข้าคอก
- ปิดทางออกจากระยะปลอดภัย
- วางอาหารที่รองรับ
- ออกจากระยะที่ทำให้สัตว์กลัว
- ป้องกัน Charred และ Valkyrie รอบคอก
- รอระดับความเชื่องเพิ่ม
- แบ่งสัตว์ไว้หลายพื้นที่
- เก็บอาหารสำรองไว้ใกล้คอก
ไม่ควรเริ่มจับตัวที่มีดาวจนเข้าใจระบบคอกและเงื่อนไขการเกิดของสัตว์แล้ว
วิธีรับมือ Morgen
Morgen เป็นศัตรูขนาดใหญ่ที่เคลื่อนที่และโจมตีรุนแรง สามารถสร้างความเสียหายเป็นพื้นที่และทำให้ผู้เล่นเสียจังหวะได้ง่าย
ควรต่อสู้ในพื้นที่กว้างซึ่งไม่มี Lava หรือกำแพงขวางทาง สังเกตท่ากลิ้งและการโจมตี ก่อนหลบออกด้านข้างแทนการถอยเป็นเส้นตรง
อย่าต่อสู้ Morgen พร้อม Charred หลายตัว ควรล่อออกจากกลุ่มหรือกำจัดศัตรูตัวเล็กก่อน
ธนู หน้าไม้ และเวทช่วยลด Health จากระยะไกล แต่ต้องไม่ยิงจน Stamina หรือ Eitr หมด เมื่อ Morgen เข้าถึงตัวต้องมีพลังสำหรับหลบ
หากการต่อสู้เกิดใกล้ฐาน ให้พา Morgen ออกไปยังพื้นที่ว่าง เพราะการโจมตีสามารถทำลายสิ่งปลูกสร้างและเปิดกำแพงให้ศัตรูอื่นเข้ามาได้
วิธีรับมือ Fallen Valkyrie
Fallen Valkyrie เป็นศัตรูบินที่มีความคล่องตัวและการโจมตีรุนแรง ผู้เล่นควรใช้ธนู หน้าไม้ หรือเวทโจมตีจากระยะไกล
เมื่อได้ยินเสียงหรือมองเห็นจากระยะไกล ให้ตรวจสอบพื้นที่รอบตัวก่อนเริ่มยิง ไม่ควรต่อสู้บนขอบ Lava หรือบริเวณที่มี Charred อยู่ด้านหลัง
การโจมตีบางรูปแบบครอบคลุมพื้นที่ ควรเคลื่อนออกด้านข้างและไม่ยืนรวมกันเป็นกลุ่มเมื่อเล่นหลายคน
ใช้สิ่งปลูกสร้างหรือก้อนหินบังการโจมตี แต่ต้องระวังศัตรูบินอ้อมมุมได้ อย่าหยุดยิงจากตำแหน่งเดิมนานเกินไป
วิธีรับมือ Volture
Volture เป็นศัตรูบินซึ่งอาจเข้ามาโจมตีขณะผู้เล่นกำลังเดินทางหรือขึ้นฝั่ง แม้ไม่อันตรายเท่า Fallen Valkyrie แต่สร้างปัญหาเมื่อรวมกับศัตรูภาคพื้นดิน
ใช้ธนูยิงจากระยะไกลหรือรอให้เข้ามาใกล้แล้วโจมตีตามจังหวะ ไม่ควรเสียลูกธนูราคาแพงหากสามารถใช้อาวุธทั่วไปได้อย่างปลอดภัย
ควรกำจัด Volture รอบจุดขึ้นฝั่งก่อนสร้าง Portal เพราะการโจมตีขณะถือ Hammer อาจทำให้ผู้เล่นหยุดก่อสร้างและถูกศัตรูชุดอื่นเข้าถึงตัว
ตรวจสอบท้องฟ้าก่อนเปิดหีบหรือจัดกระเป๋ากลางแจ้ง อย่าคิดว่าพื้นที่ปลอดภัยเพียงเพราะไม่มีเสียง Charred
อันตรายจาก Lava
Lava เป็นหนึ่งในภัยที่รุนแรงที่สุด ผู้เล่นไม่ควรเดินหรือกระโดดลงไปโดยคิดว่า Fire Resistance จะป้องกันทั้งหมด
การเก็บ Flametal หรือข้ามพื้นที่ Lava ต้องใช้อุปกรณ์ ระบบ หรือชิ้นส่วนช่วยเดินทางที่เกมกำหนด เช่น แท่นสำหรับสร้างทางผ่านตามความก้าวหน้า
หลักการป้องกัน ได้แก่
- ไม่วิ่งใกล้ขอบขณะ Stamina ต่ำ
- ตรวจสอบพื้นที่ลงจอดก่อนกระโดด
- ไม่ต่อสู้ Askvin หรือ Morgen ริม Lava
- สร้างทางผ่านมากกว่าหนึ่งช่วง
- พกวัสดุสำรองสำหรับอุปกรณ์ข้าม Lava
- ไม่บรรทุก Flametal จนน้ำหนักเกิน
- มี Portal อยู่ในระยะเดินถึง
- ใช้ Feather Cape อย่างระมัดระวัง
- ไม่เข้าไปเก็บของกลาง Lava โดยไม่มีแผน
หากหลุมศพตกอยู่ใน Lava การกู้คืนจะยากมาก ควรแบ่งอุปกรณ์และวัตถุดิบ ไม่ควรนำของสำคัญทั้งหมดไปพร้อมกัน
วิธีหา Flametal
Flametal เป็นโลหะสำคัญของ Ashlands ใช้สร้างอาวุธ ชุดเกราะ และอุปกรณ์ระดับสูง แหล่งแร่อาจอยู่ในบริเวณที่มี Lava หรือจุดซึ่งต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ
ก่อนเริ่มขุดควรกำจัดศัตรูโดยรอบและสร้าง Portal ในระยะปลอดภัย พื้นที่ต้องมีเส้นทางเข้าออกชัดเจน เพราะสถานการณ์ของแหล่งแร่อาจเปลี่ยนระหว่างการเก็บทรัพยากร
พก Pickaxe ที่อัปเกรดแล้วหรือเครื่องมือซึ่งเกมกำหนด พร้อมมี Stamina Food และ Healing Mead ไม่ควรเริ่มงานเมื่ออาหารหรือ Fire Resistance ใกล้หมด
นำ Flametal ไปฝากในหีบที่ปลอดภัยเป็นระยะ อย่าแบกทั้งหมดไว้กับตัวระหว่างเดินข้าม Lava หรือกลับผ่านกลุ่มศัตรู
วิธีใช้ Basalt Bomb
Basalt Bomb เป็นอุปกรณ์ซึ่งช่วยสร้างแท่นหรือพื้นชั่วคราวบน Lava ตามกลไกของ Ashlands ช่วยให้ผู้เล่นเดินทางไปยังจุดซึ่งไม่สามารถเข้าถึงจากพื้นปกติ
ควรพกจำนวนมากกว่าที่คาดว่าจะใช้ เพราะบางครั้งตำแหน่งวางอาจไม่ต่อกันหรือเส้นทางกลับถูกตัดขาด
วิธีใช้ให้ปลอดภัย ได้แก่
- เคลียร์ศัตรูรอบขอบ Lava
- ตรวจสอบ Stamina และ Fire Resistance
- วางแท่นแรกในระยะกระโดดถึง
- สร้างเส้นทางทีละช่วง
- ตรวจสอบจุดกลับทุกครั้ง
- ไม่กระโดดขณะศัตรูยิง
- เก็บ Bomb สำรองสำหรับทางกลับ
- ไม่บรรทุกของหนักเกินไป
- มีเพื่อนคอยยิงสนับสนุน
- วาง Portal ใกล้พื้นที่แต่ไม่ติด Lava
อย่าขว้าง Basalt Bomb ทั้งหมดไปข้างหน้าโดยไม่เหลือสำหรับถอนตัว หากทางเดิมหายหรือวางผิดจะไม่มีวิธีกลับอย่างปลอดภัย
วิธีหา Grausten และ Ashwood
Grausten และ Ashwood เป็นวัตถุดิบก่อสร้างสำคัญ ใช้สร้างฐานและสิ่งปลูกสร้างที่เข้ากับ Ashlands มากกว่าวัสดุช่วงต้น
Ashwood ได้จากต้นไม้หรือพืชที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ต้องใช้ขวานระดับเหมาะสม การตัดสร้างเสียงและดึงดูดศัตรู จึงควรหยุดฟังรอบตัวเป็นระยะ
Grausten ได้จากหินหรือซากโครงสร้างเฉพาะตามพื้นที่ ใช้ Pickaxe และต้องระวังชิ้นส่วนด้านบนพังลงมาเมื่อฐานถูกทำลาย
นำวัตถุดิบกลับฐานผ่าน Portal หากสิ่งของสามารถผ่านได้ตามกฎโลก และเก็บไว้ใกล้ Workbench หรือสถานีก่อสร้าง ไม่ควรแบกจนกระเป๋าเต็มขณะยังสำรวจพื้นที่ใหม่
วิธีบุก Charred Fortress
Charred Fortress เป็นแหล่งทรัพยากรและไอเทมสำคัญ แต่มีแนวกำแพง ศัตรู และการป้องกันที่แข็งแรง ผู้เล่นต้องเตรียมอุปกรณ์เปิดทางตามระบบของเกม
ก่อนเริ่มบุกควร
- ทำเครื่องหมายป้อม
- สร้าง Portal ห่างออกไป
- กำจัด Monument of Torment ใกล้เคียง
- ตรวจสอบ Archer บนกำแพง
- ใช้ Fire Resistance
- เปิดพลัง Bonemass
- เตรียมอาวุธระยะไกล
- มีอุปกรณ์เปิดกำแพงหรือประตู
- เตรียมอาหารกับ Mead สำรอง
- กำหนดเส้นทางถอนตัว
- ไม่เริ่มตอนกลางคืน
- กำจัด Valkyrie และ Morgen รอบพื้นที่ก่อน
ไม่ควรเปิดประตูแล้ววิ่งตรงเข้าสู่ลานกลาง ป้อมอาจมีศัตรูหลายระดับและจุดยิงจากด้านบน ควรสร้างช่องเข้าแล้วดึงออกมาทีละกลุ่ม
ใช้ Siege Weapon อย่างไร
อุปกรณ์ปิดล้อมช่วยทำลายกำแพงหรือเปิดทางเข้าสู่ป้อม แต่ต้องใช้พื้นที่ วัตถุดิบ และการป้องกันระหว่างใช้งาน
ก่อนสร้างให้กำจัดศัตรูบริเวณรอบ ๆ และวางกำแพงชั่วคราวคุ้มกัน ผู้เล่นหนึ่งคนดูแลอุปกรณ์ ขณะที่สมาชิกอื่นรับมือ Charred และศัตรูจากด้านข้าง
อย่าวาง Siege Weapon ชิดป้อมจนศัตรูระยะประชิดเข้าถึงได้ทันที ควรมีระยะยิงและเส้นทางเคลื่อนที่สำหรับทีม
หากเล่นคนเดียวอาจใช้เวลานานกว่า ต้องมี Portal ใกล้เคียงและอาหารเพียงพอ ไม่ควรสร้างอุปกรณ์ขณะมี Monument of Torment ทำให้ศัตรูเกิดต่อเนื่อง
อัญมณีสำหรับอาวุธ Ashlands
อัญมณีหรือวัตถุดิบเฉพาะสามารถใช้พัฒนาอาวุธระดับ Ashlands ให้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ความเสียหายธาตุหรือความสามารถเสริมตามระบบ
ไม่ควรเลือกอัปเกรดจากสีหรือรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว ควรอ่านคุณสมบัติและพิจารณาว่าเหมาะกับศัตรู บทบาท และอาหารของตัวละครหรือไม่
ก่อนใช้ทรัพยากรหายากควรทดลองอาวุธพื้นฐานชนิดนั้นก่อน หากไม่ชอบระยะหรือรูปแบบการโจมตี การลงทุนอัญมณีอาจไม่คุ้มค่า
เมื่อเล่นเป็นทีม ควรแบ่งคุณสมบัติอาวุธให้หลากหลาย เพื่อรับมือศัตรูหลายประเภทและไม่ใช้วัตถุดิบทุกชิ้นกับความเสียหายแบบเดียวกัน
วิธีสร้างฟาร์มใน Ashlands
Ashlands มีวัตถุดิบอาหารและพืชเฉพาะซึ่งอาจต้องปลูกใน Biome นี้ ควรสร้างฟาร์มหลังฐานหัวหาดมั่นคงแล้ว ไม่ควรเริ่มเพาะปลูกทันทีหลังขึ้นฝั่ง
พื้นที่ฟาร์มควรมี
- Shield Generator ครอบคลุม
- กำแพงแข็งแรง
- Workbench หรือสิ่งควบคุมพื้นที่
- Portal ในห้องป้องกัน
- Wisp หรือแสงสว่างตามความจำเป็น
- หีบเมล็ดสำรอง
- ทางออกสองด้าน
- จุดหลบศัตรูบิน
- ระยะห่างจาก Lava
- ระยะห่างจาก Monument of Torment
เก็บผลผลิตรุ่นแรกส่วนหนึ่งไว้ขยายพันธุ์ อย่าใช้ทั้งหมดกับอาหาร เพราะการหาเมล็ดใหม่อาจต้องเสี่ยงสำรวจพื้นที่ลึกกว่าเดิม
วิธีสร้างฐาน Ashlands ให้ปลอดภัย
กำแพงชั้นเดียวไม่เพียงพอต่อ Askvin, Morgen และศัตรูจำนวนมาก ควรสร้างระบบป้องกันหลายชั้น
รูปแบบที่แนะนำ ได้แก่
- แนวคูหรือภูมิประเทศด้านนอก
- กำแพง Grausten หรือวัสดุแข็งแรง
- ลานต่อสู้ระหว่างกำแพงกับอาคาร
- กำแพงชั้นในรอบ Portal
- Shield Generator ครอบคลุมส่วนสำคัญ
- ห้องคราฟต์และคลังภายใน
- ทางออกฉุกเฉิน
- หอหรือจุดยิงธนู
- Portal สำรองอีกบาน
- ชุดอาหารและ Mead ฉุกเฉิน
อย่าวางเตียง Portal และหีบติดกำแพงด้านนอก การโจมตีวงกว้างอาจทำลายของภายในแม้ศัตรูยังไม่ผ่านประตู
ป้องกันศัตรูเกิดในฐาน
วาง Workbench หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีผลควบคุมพื้นที่ให้ครอบคลุมฐานทั้งหมด ตรวจสอบช่องว่างด้วยรัศมีขณะถือ Hammer
ฐานขนาดใหญ่ควรแบ่งเป็นโซน หากศัตรูเกิดหรือทะลุกำแพงชั้นหนึ่ง จะไม่สามารถเข้าถึง Portal และฟาร์มทั้งหมดทันที
Monument of Torment รอบฐานต้องถูกทำลายก่อน มิฉะนั้นศัตรูอาจเข้ามาอย่างต่อเนื่องแม้แนวป้องกันแข็งแรง
ควรเดินตรวจสอบรอบฐานหลัง Raid หรือการต่อสู้ ซ่อมกำแพง Shield Generator และ Workbench ที่ได้รับความเสียหายทันที
วิธีรับมือศัตรูจำนวนมาก
Ashlands ไม่เหมาะกับการยืนต่อสู้อยู่จุดเดิมนาน ๆ เพราะเสียงและกิจกรรมสามารถดึงศัตรูชุดใหม่เข้ามาเพิ่ม
เมื่อถูกล้อมให้ปฏิบัติดังนี้
- เปิดพลัง Bonemass หากจำเป็น
- กำจัดศัตรูระยะไกลก่อน
- ใช้อาวุธโจมตีเป็นพื้นที่กับตัวเล็ก
- หลีกเลี่ยง Morgen และ Askvin จนพื้นที่โล่ง
- ถอนตัวตามเส้นทางเดิม
- ใช้กำแพงหรือก้อนหินบัง Archer
- ดื่ม Healing Mead ก่อน Health ต่ำเกินไป
- อย่าวิ่งลง Lava หรือพื้นที่ไม่สำรวจ
- ไม่พาศัตรูกลับ Portal โดยตรง
- แบ่งหน้าที่เมื่อเล่นเป็นทีม
หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ให้ถอนตัวผ่าน Portal หลังตัดการติดตาม ไม่ควรพยายามชนะทุกกลุ่มเพียงเพราะอุปกรณ์ระดับสูง
ลำดับกำจัดศัตรู
ลำดับเป้าหมายสามารถปรับตามสถานการณ์ แต่โดยทั่วไปควรให้ความสำคัญดังนี้
- Monument of Torment เมื่อมีโอกาสเข้าถึง
- Charred Archer หรือ Marksman
- Volture และศัตรูบินที่รบกวน
- Twitcher จำนวนมาก
- Fallen Valkyrie
- Charred Warrior
- Askvin
- Morgen
- ศัตรูที่มีดาวตามระดับความเสี่ยง
หาก Morgen หรือ Askvin อยู่ใกล้จนกำลังโจมตี ต้องเน้นหลบก่อน ไม่ควรฝืนโจมตี Archer ตามลำดับจนถูกศัตรูขนาดใหญ่ชน
การเล่น Ashlands แบบคนเดียว
ผู้เล่นเดี่ยวต้องมีอุปกรณ์ยืดหยุ่น เพราะไม่มีสมาชิกคอยรับความสนใจหรือป้องกันระหว่างสร้าง Portal
ควรใช้ชุดเกราะหนัก อาวุธมือเดียว โล่ ธนู และอาวุธพื้นที่ พร้อมอาหาร Health สองชนิดกับ Stamina หนึ่งชนิด
ก่อนขึ้นฝั่งให้กำจัดศัตรูจากเรือมากที่สุด แล้วรีบสร้างกำแพงชั่วคราวกับ Portal ไม่ควรเริ่มด้วยอาคารขนาดใหญ่
สร้าง Portal บ่อยกว่าการเล่นเป็นทีม และไม่ควรพก Flametal หรืออัญมณีทั้งหมดติดตัวระหว่างสำรวจ เก็บกลับฐานทันทีเมื่อได้ทรัพยากรสำคัญ
การเล่น Ashlands แบบทีม
ทีมควรแบ่งหน้าที่ตั้งแต่ก่อนออกเรือ
ผู้เล่นแนวหน้า
ใช้ชุดเกราะหนัก โล่ และอาหาร Health รับมือ Charred Warrior กับ Askvin
ผู้โจมตีระยะไกล
ใช้ธนูหรือหน้าไม้ กำจัด Archer, Valkyrie และศัตรูบนป้อม
ผู้ใช้เวท
ควบคุมพื้นที่ สร้างเกราะ และโจมตีศัตรูหลายตัวด้วยอาหาร Eitr
ผู้สร้างฐาน
พก Hammer วัสดุ Workbench, Portal, Shield Generator และกำแพง พร้อมสร้างหัวหาดทันทีเมื่อพื้นที่ปลอดภัย
ผู้ดูแลเรือ
ซ่อมเรือ รักษาเส้นทางถอนตัว และตรวจสอบว่าศัตรูไม่ได้ทำลายพาหนะระหว่างทีมสร้างฐาน
ไม่ควรให้สมาชิกทุกคนถือวัตถุดิบ Portal คนละส่วน เพราะหากคนใดเสียชีวิตจะสร้างไม่ครบ ควรมีชุดสมบูรณ์มากกว่าหนึ่งคน
การจัดกระเป๋าก่อนเดินทาง
อุปกรณ์ที่ควรมีในกระเป๋าสำรวจ ได้แก่
- อาวุธระยะประชิด
- โล่
- ธนูหรือหน้าไม้
- ลูกธนูหรือกระสุน
- อาวุธพื้นที่หรือเวท
- ชุดเกราะ
- Cape
- อาหารสามชนิด
- Fire Resistance
- Healing Mead
- Stamina Mead
- Hammer
- Pickaxe
- วัสดุ Workbench
- วัสดุ Portal
- วัสดุ Shield Generator
- Basalt Bomb เมื่อจำเป็น
- ช่องว่างสำหรับทรัพยากร
Hoe, Cultivator และอุปกรณ์ทำฟาร์มสามารถนำผ่าน Portal มาภายหลัง ไม่ควรใช้ช่องกับเครื่องมือที่ยังไม่จำเป็นต่อการขึ้นฝั่งครั้งแรก
ชุดกู้คืนอุปกรณ์ที่ควรเตรียม
หีบฉุกเฉินควรเก็บไว้ใกล้เตียงหรือ Portal ฝั่งฐานหลัก มีสิ่งต่อไปนี้
- ชุดเกราะ Carapace สำรอง
- Cape
- อาวุธระยะประชิด
- โล่
- ธนูและลูกธนู
- อาหาร Health และ Stamina
- อาหาร Eitr หากใช้เวท
- Fire Resistance
- Healing Mead
- Hammer
- วัสดุ Portal
- วัตถุดิบสร้างเรือสำรอง
- Pickaxe
- Basalt Bomb สำหรับกู้ของใกล้ Lava
อย่านำ Mead อาหาร และอาวุธทุกชุดลงเรือลำแรก หากภารกิจล้มเหลวจะไม่มีทรัพยากรสำหรับกลับไป Ashlands อีกครั้ง
การแบ่งเสบียงและกำหนดขอบเขตความเสี่ยงควรทำอย่างเป็นระบบ เช่นเดียวกับการเลือกใช้บริการผ่านเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันซึ่งควรศึกษารายละเอียดและใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ ส่วนใน Valheim การเก็บเรือ อาหาร และ Portal สำรองจะช่วยป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดครั้งเดียวทำให้การเดินทางหยุดชะงัก
วิธีเอาของคืนใน Ashlands
หากเสียชีวิต ให้ตรวจสอบตำแหน่งหลุมศพว่าอยู่บนฝั่ง ในป้อม หรือใกล้ Lava ก่อนเลือกชุดกู้คืน
หาก Portal หัวหาดยังอยู่ ให้เดินทางผ่านและกำจัดศัตรูรอบฐานก่อนออกไปเก็บของ ไม่ควรวิ่งตรงจาก Portal ไปยังหลุมศพโดยไม่กินอาหาร
หาก Portal ถูกทำลาย อาจต้องใช้เรือลำใหม่และชุดสำรองเต็มรูปแบบ จึงควรสร้างจุดเชื่อมต่อมากกว่าหนึ่งแห่งหลังตั้งฐานสำเร็จ
หากหลุมศพอยู่ใกล้ Lava ให้เตรียม Basalt Bomb, Stamina Food และ Healing Mead ตรวจสอบเส้นทางเข้าออกก่อน ไม่ควรกระโดดลงไปเพียงเพราะมองเห็นหลุมอยู่ใกล้
เมื่อเก็บของได้แล้วให้ถอนตัวไปยังฐานก่อนจัดกระเป๋า อย่ายืนสวมชุดและเลือกอาวุธกลางพื้นที่ซึ่งศัตรูเกิดได้ต่อเนื่อง
วิธีเตรียมตัวบุกป้อมครั้งแรก
ก่อนบุกป้อมควรใช้เวลาเก็บทรัพยากรพื้นฐานและอัปเกรดฐานหัวหาดให้มั่นคง อย่าโจมตีทันทีหลังขึ้นฝั่ง
รายการเตรียมตัว ได้แก่
- Portal ใกล้ป้อมแต่ไม่ชิดเกินไป
- Fire Resistance เต็มเวลา
- พลัง Bonemass พร้อมใช้
- อาวุธระยะไกล
- Siege Weapon หรืออุปกรณ์เปิดทาง
- อาหารชุดใหม่
- Healing Mead พร้อมใช้งาน
- พื้นที่กระเป๋าว่าง
- สมาชิกแบ่งหน้าที่
- เส้นทางถอนตัว
- ศัตรูและ Monument รอบป้อมถูกกำจัดแล้ว
- ชุดสำรองที่ฐานใกล้เคียง
ควรเริ่มตอนกลางวัน แม้ Ashlands จะยังอันตรายตลอดเวลา แต่การมองเห็นที่ดีช่วยแยก Archer และศัตรูบนกำแพงได้ง่ายกว่า
วิธีเตรียมตัวต่อสู้กับ Fader
Fader เป็นบอสของ Ashlands และต้องใช้อุปกรณ์ระดับสูง อาหาร Ashlands รวมถึงการจัดการความเสียหายจากไฟกับพื้นที่ต่อสู้อย่างรอบคอบ
สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่
- อาวุธ Ashlands ที่อัปเกรดแล้ว
- อาวุธระยะไกล
- โล่ระดับสูง
- ชุดเกราะ Ashlands ตามบทบาท
- Fire Resistance
- Healing Mead
- Stamina Mead
- อาหาร Health ระดับสูง
- อาหาร Stamina
- อาหาร Eitr สำหรับสายเวท
- พลัง Bonemass หรือพลังตามแผน
- Portal ในระยะปลอดภัย
- Shield Generator ในฐานเตรียมตัว
- ชุดอุปกรณ์สำรอง
- สมาชิกทีมซึ่งแบ่งบทบาทชัดเจน
ก่อนเริ่มต้องกำจัด Monument ศัตรู และ Fallen Valkyrie รอบบริเวณ อย่าปล่อยให้ศัตรูทั่วไปเข้าร่วมระหว่างต่อสู้กับบอส
ควรเก็บอาหารและ Mead มากกว่าหนึ่งรอบการต่อสู้ เพราะหากเสียชีวิตจะต้องกลับมาใหม่พร้อมอุปกรณ์ที่มีคุณภาพใกล้เคียงเดิม
ข้อผิดพลาดที่ผู้เล่นมักทำใน Ashlands
ใช้เรือระดับต่ำเดินทางเข้า Ashlands
เรืออาจถูกทำลายก่อนถึงชายฝั่ง ควรใช้เรือที่ปลดล็อกสำหรับความก้าวหน้าหลัง Mistlands
พก Portal เพียงชุดเดียว
หากสร้างผิดตำแหน่งหรือถูกทำลายจะไม่มีเส้นทางกลับ ควรพกมากกว่าหนึ่งชุด
รีบสำรวจทันทีหลังขึ้นฝั่ง
ควรสร้างหัวหาด กำแพง และ Portal ก่อน ไม่ควรไล่เก็บทรัพยากรขณะเรือยังไม่มีการป้องกัน
ต่อสู้ใกล้ฐาน
Morgen และ Askvin สามารถทำลายอาคาร ควรล่อศัตรูให้ออกห่างจาก Portal
ไม่ทำลาย Monument of Torment
ศัตรูจะเข้ามาเพิ่มต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ไม่สงบและสิ้นเปลืองอาหารกับความทนทานของอาวุธ
เดินลง Lava เพราะมี Fire Resistance
เครื่องดื่มไม่ทำให้ Lava ปลอดภัย ต้องใช้ระบบข้ามพื้นที่ตามที่เกมกำหนด
ใช้ Basalt Bomb หมดก่อนทางกลับ
ควรเก็บสำรองไว้เสมอ หากเส้นทางเดิมใช้ไม่ได้จะยังสามารถสร้างจุดถอนตัวใหม่ได้
แบก Flametal จนน้ำหนักเกิน
ทำให้หนี Askvin หรือ Morgen ไม่ได้ ควรฝากในหีบและขนเป็นเที่ยว
เปิดป้อมโดยไม่มี Portal ใกล้เคียง
หากเสียชีวิตต้องเดินทางไกลผ่านศัตรูจำนวนมาก ควรสร้างฐานเตรียมตัวก่อนเริ่มบุก
ใช้อัญมณีโดยไม่ทดลองอาวุธ
ทรัพยากรหายากอาจถูกใช้กับอาวุธซึ่งไม่เข้ากับสไตล์ ควรทดลองรูปแบบพื้นฐานก่อน
เก็บอาหารทั้งหมดไว้ใน Ashlands
หากฐานถูกทำลายจะสูญเสียเสบียง ควรเก็บสำรองที่ฐานหลักและส่งผ่าน Portal ตามต้องการ
แผนสำรวจ Ashlands แบบเป็นขั้นตอน
ขั้นที่ 1 เตรียมฐานต้นทาง
สร้างฐานทางใต้พร้อมเรือ อาหาร Fire Resistance ชุดสำรอง และ Portal ที่ตั้งชื่อรอไว้
ขั้นที่ 2 เดินเรือสำรวจ
ใช้เรือระดับเหมาะสม ลดความเร็วเมื่อเข้าเขตโขดหิน และแบ่งสมาชิกเฝ้าศัตรูกับเส้นทาง
ขั้นที่ 3 สร้างหัวหาด
กำจัดศัตรูริมฝั่ง วาง Workbench, Portal, กำแพง และหีบฉุกเฉินทันที
ขั้นที่ 4 ควบคุมพื้นที่รอบฐาน
ทำลาย Monument of Torment กำจัด Morgen, Valkyrie และ Askvin ที่อยู่ใกล้ พร้อมขยาย Shield Generator
ขั้นที่ 5 เก็บทรัพยากรพื้นฐาน
หา Ashwood, Grausten และอาหารในพื้นที่ เพื่อนำมาพัฒนาฐานกับสถานีคราฟต์
ขั้นที่ 6 หา Flametal
เตรียม Basalt Bomb, Pickaxe, Stamina Food และเส้นทางกลับก่อนเข้าใกล้ Lava
ขั้นที่ 7 บุกป้อม
สร้างอุปกรณ์เปิดทาง กำจัด Archer บนกำแพง และเก็บอัญมณีกับวัตถุดิบสำคัญ
ขั้นที่ 8 สร้างฟาร์มและระบบผลิต
ปลูกพืช Ashlands เลี้ยง Askvin และผลิตอาหารระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
ขั้นที่ 9 อัปเกรดอุปกรณ์
สร้างอาวุธ ชุดเกราะ และเลือกคุณสมบัติจากอัญมณีตามบทบาทของตัวละคร
ขั้นที่ 10 เตรียม Fader
รวบรวมวัตถุดิบสำหรับบอส สร้างฐานใกล้สนาม และเตรียมอุปกรณ์สำรองหลายชุดก่อนเริ่มต่อสู้
รายการตรวจสอบก่อนออกเดินทาง
ก่อนแล่นเรือเข้าสู่ Ashlands ควรตรวจสอบดังนี้
- เอาชนะ The Queen แล้ว
- สร้างเรือสำหรับ Ashlands แล้ว
- ซ่อมเรือเต็ม
- มี Portal อย่างน้อยสองชุด
- Portal ฝั่งฐานตั้งชื่อรอแล้ว
- มี Workbench และวัสดุกำแพง
- มี Fire Resistance หลายขวด
- มี Healing และ Stamina Mead
- อาหารครบทุกช่อง
- มีอาหารสำรองที่ฐาน
- อาวุธและชุดเกราะซ่อมเต็ม
- มีธนูหรือหน้าไม้
- มีอาวุธโจมตีเป็นพื้นที่
- มี Shield Generator หรือวัสดุที่เกี่ยวข้อง
- มีชุดกู้คืนอุปกรณ์
- มีวัสดุสร้างเรือสำรอง
- มี Basalt Bomb เมื่อเตรียมหา Flametal
- สมาชิกทีมเข้าใจหน้าที่
- มีแผนขึ้นฝั่งและเส้นทางถอนตัว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ashlands
ควรเข้า Ashlands หลังบอสตัวใด
ควรเข้าอย่างจริงจังหลังเอาชนะ The Queen และสร้างเรือหรืออุปกรณ์ที่ปลดล็อกจากความก้าวหน้าดังกล่าว
Fire Resistance ป้องกัน Lava ได้หรือไม่
ไม่เพียงพอสำหรับเดินบน Lava อย่างปลอดภัย ต้องใช้เครื่องมือหรือระบบเฉพาะสำหรับสร้างทางผ่าน
ควรใช้ชุดเกราะอะไร
Carapace Armor ที่อัปเกรดแล้วเหมาะกับการขึ้นฝั่งครั้งแรก ส่วนชุด Ashlands ควรสร้างเมื่อเริ่มหา Flametal และวัตถุดิบระดับใหม่ได้
ทำไมศัตรูเกิดไม่หยุด
บริเวณนั้นอาจมี Monument of Torment หรือผู้เล่นกำลังต่อสู้นานจนดึงศัตรูจากรอบพื้นที่เข้ามา ต้องทำลายจุดเกิดและย้ายสนามต่อสู้
Portal ควรวางตรงไหน
ควรวางภายในกำแพงชั้นใน ห่างจากชายฝั่ง Monument, Lava และสนามต่อสู้ ไม่ควรตั้งกลางแจ้งโดยไม่มีการป้องกัน
Flametal ผ่าน Portal ได้หรือไม่
ภายใต้กฎโลกมาตรฐาน โลหะมักมีข้อจำกัดในการผ่าน Portal ควรเตรียมระบบขนส่งและตรวจสอบการตั้งค่าโลกของตัวเอง
ควรเล่น Ashlands คนเดียวหรือเป็นทีม
เล่นคนเดียวได้ แต่ทีมช่วยแบ่งหน้าที่ในการขับเรือ สร้างฐาน ควบคุมศัตรู และยิงสนับสนุน ทำให้การขึ้นฝั่งครั้งแรกง่ายขึ้นมาก
ควรสร้างฐานใหญ่ทันทีหรือไม่
ไม่ควร เริ่มจากป้อมหัวหาดขนาดเล็กที่มี Portal และกำแพงก่อน เมื่อควบคุมพื้นที่ได้จึงขยายเป็นฐานถาวร
สรุปวิธีเตรียมตัวสำรวจ Ashlands
การสำรวจ Ashlands ต้องเริ่มจากการเอาชนะ The Queen และสร้างเรือซึ่งเหมาะกับสภาพทะเลทางใต้ ผู้เล่นไม่ควรใช้เรือระดับต่ำหรือบรรทุกอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีไปในเที่ยวเดียว เพราะหากเรือถูกทำลายจะไม่มีทรัพยากรสำหรับภารกิจกู้คืน
ก่อนออกเดินทางควรมีชุดเกราะ Carapace อาวุธ Mistlands โล่ ธนูหรือหน้าไม้ อาหารระดับสูง Fire Resistance และ Healing Mead รวมถึงวัสดุสร้าง Portal มากกว่าหนึ่งชุด
เมื่อขึ้นฝั่ง เป้าหมายแรกคือการสร้าง Workbench กำแพง Portal และพื้นที่ป้องกัน ไม่ควรรีบออกตามหา Flametal หรือบุกป้อมจนกว่าหัวหาดจะมั่นคงและเส้นทางกลับฐานผ่าน Portal ใช้งานได้จริง
ควรทำลาย Monument of Torment รอบฐานเพื่อหยุดการเพิ่มจำนวนของศัตรู ต่อสู้กับ Morgen, Askvin และ Fallen Valkyrie ในพื้นที่ห่างจากสิ่งปลูกสร้าง พร้อมเก็บ Stamina สำหรับถอนตัวเสมอ
การเดินทางใกล้ Lava ต้องใช้ Basalt Bomb หรือระบบที่เกมกำหนด Fire Resistance ไม่สามารถทำให้ผู้เล่นเดินบน Lava ได้โดยไม่มีความเสี่ยง ต้องเก็บอุปกรณ์สำหรับสร้างทางกลับไว้เสมอและไม่แบก Flametal จนน้ำหนักเกิน
เมื่อมีฐาน Shield Generator ฟาร์ม และเครือข่าย Portal พร้อมแล้ว ผู้เล่นจึงสามารถบุกป้อม หาอัญมณี และพัฒนาอาวุธระดับ Ashlands ได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการเลือกใช้บริการออนไลน์ผ่านสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%ซึ่งควรศึกษาข้อมูล จัดสรรเวลา และใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ ส่วนใน Valheim การเตรียมเรือ Portal และเสบียงสำรองอย่างรอบคอบจะช่วยให้ผู้เล่นเอาชีวิตรอดในดินแดนแห่งไฟและพร้อมเผชิญหน้ากับ Fader ได้อย่างมั่นใจ